รีวิวการใช้งานจริง Yamaha X-MAX 300 โดยผู้ใช้งานจริง

ตอนนี้เรียกได้ว่ารถที่มีกระแสที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งที่เพิ่งเปิดขายมาเมื่อไม่นานมานี้คงหนีไม่พ้น YAMAHA X-MAX 300 ที่ออกมาได้หล่อ ดุดันจริงๆ ที่ถ่ายทอด DNA มาในตระกูล MAX Series ที่มาด้วยเครื่องยนต์ BLUE CORE ขนาด 300 ซีซี รูปทรงดีไซน์ได้ดูดี ทันสมัย ให้ออฟชั่นมาได้ครบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ FULL LED ดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมี่ยมทันสมัย เรือนไมล์ Multi-function ผสมระหว่างดิจิตอลและอนาล๊อค ใต้เบาะขนาดใหญ่สามารถใส่หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบได้ 2 ใบ จุใจแน่นอน ระบบกุญแจสมาร์ทคีย์ (Smart Key system) ทำให้สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

โช้คหน้าให้แกนโช้คมาขนาด 33 มม. ที่มีการออกแบบให้แผงคอกว้างรองรับกับล้อแม็กและยางขนาดใหญ่ ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังที่มาพร้อมกับระบบ ABS และที่ดูโดดเด่นเลยก็คือมีระบบ Traction Control System (TCS) ที่จะช่วยปรับสมดุลกำลังของเครื่องยนต์ เมื่อล้อหน้า และล้อหลังหมุนไม่สัมพันธ์กัน เป็นการเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกระดับให้กับสปอร์ตออโตเมติกระดับพรีเมี่ยมคันแรกของเมืองไทย

ครั้งแรกที่ได้รับรถมากับการได้เห็นครั้งแรกเรียกได้ว่าหล่อได้ใจเลยถูกใจไรเดอร์เรามากๆ ไม่รอช้านำออกไปขับขี่ทดสอบโดยการขับขี่ไปเที่ยวในอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี เป็นระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก แต่ก็ได้ทดสอบทั้งรถติดในเมืองแถวๆลพบุรี YAMAHA X-MAX 300 ก็ให้ความรู้สึกที่คล่องตัว มุดซ้ายมุดขวาได้สบาย สำหรับการวิ่งยาวๆ อัตราเร่งช่วงต้นถือว่าไม่ขี้เหล่ แต่จะมีกำลังดึงที่ดีในช่วง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไปยาวๆถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สบายๆเหลือๆ ขึ้นแบบนุ่มๆ ผู้ดีๆ ความเร็วในช่วง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไปจะค่อยๆไหล โดยสามารถไหลได้ต่อจนถึงความเร็วสูงสุดที่ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วสูงสุดที่ทำได้จากน้ำหนักตัวผู้ขับขี่ 65 กิโลกรัม

การดูดซับแรงสะเทือนของช่วงล่างด้านหน้า ถือว่าทำได้ดี รูดผ่านหลุมฝาท่อสบายๆ ไม่มีกระเด้งกระดอน ส่วนโช้คหลังสแตนด์ดาร์ดติดรถปรับมาไว้ระดับ 3 ซึ่งมีความรู้สึกว่าจะออกอาการนิ่มและมีอาการย้วยมากเกินไปกับการขับขี่แบบเร็วๆในโค้ง ไรเดอร์ของเราจึงได้เซ็ทโช้คไว้ที่ระดับเกือบแข็งสุดระดับที่ 4 โดยโช้คหลังมีให้ปรับได้ 5 ระดับ แต่หากการขับขี่ในเมืองระดับสแตนดาร์ดระดับที่ 3 น่าจะทำได้นิ่มขับขี่สบายกว่า ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดีของ X-MAX 300 เลยที่ทำโช้คหลังมาให้ปรับระดับได้ทำให้สามารถเลือกเซ็ทความแข็งอ่อนของโช้คหลังได้

การขับขี่ในโค้งให้อารมณ์ในการขับขี่ที่ขี่ได้สนุก รถพับเข้าโค้งได้ง่ายไม่ต้องแต่งท่าทางให้เยอะ เลี้ยวพับเข้าไปได้แบบสบายๆ ยางเดิมติดรถ ถือว่าเกาะถนนได้ค่อนข้างดีพอสมควร เรียกว่าเป็นยางที่กล้าเอาไปซัดโค้งเล่นได้มั่นใจพอสมควร ระบบเบรกเนื่องจากเป็นรถใหม่ ต้องใช้เวลาในการรันอินผ้าเบรกและจานเบรกสักหน่อยเพราะตอนแรกๆจะมีอาการเบรคไม่ค่อยอยู่ ต้องใช้การวิ่งไปกว่า 100 กิโลเมตร ผ้าเบรกก็เริ่มจับดีขึ้นเข้าที่เข้าทางทำงานได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น

ชิลด์หน้าตัดลมได้ดีพอสมควร แต่ขับเร็วๆก็ยังพบว่าชิลด์หน้าเมื่อโดนแรงลมเข้ามาประทะ ยังมีอาการสั่นให้พบเห็นและเมื่อมองในระยะใกล้ๆผ่านชิลด์ยังคงมีการหลอกสายตาให้เห็นบ้างเล็กน้อย โดยชิลด์หน้าสามารถปรับระดับได้ ส่วนในห้องสัมภาระ หรือ U-Box เก็บของได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ตัวผู้ขับขี่สามารถเก็บกระเป๋าใส่กล้อง DSLR พร้อมเลนส์ และขาตั้งกล้อง พกออกทริปไปด้วยสบายๆ จากเดิมที่ใช้ N-Max จะไม่สามารถใส่ขาตั้งกล้องได้เลย

จากการทดสอบขับขี่ในครั้งนี้อัตรากินน้ำมันคิดว่าจะอยู่ราวๆ 25-30 กิโลเมตรต่อลิตร กับการขับขี่เร่งๆเบรคๆในเมือง ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ จากความรู้สึกของไรเดอร์เราได้บอกว่าสำหรับ YAMAHA X-MAX 300 นี้ได้เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายจากรถ YAMAHA N-MAX ของไรเดอร์ที่มีอยู่แล้ว 1 คัน ได้เป็นอย่างดี ไฟหน้าที่ให้ความสว่างมากดีกว่า N-Max อย่างเห็นได้ชัด เดินทางในเวลากลางคืนหายห่วง แต่อาจจะมีจุดที่ไม่ชอบอยู่บ้างเช่น ตำแหน่งเติมน้ำมันค่อนข้างแคบไปนิด มุมเติมไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร ไว้ใช้งานไปได้สักระยะไรเดอร์ของเราจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งว่า YAMAHA X-MAX 300 เมื่อใช้ไปนานๆแล้วจะพบสิ่งผิดปกติ หรือ พบข้อดีที่มากกว่านี้แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ

สำหรับ YAMAHA N-MAX 300 ที่วางจำหน่ายมีให้เลือกด้วยกันถึง 4 สี คือ สีเทา-ดำ สีน้ำตาล-ดำ-เทา สีขาว-ดำ และสีเหลือง-ดำ ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 168,000 บาท เท่านั้น หากสนใจเข้าไปดูตัวจริงได้ที่โชว์รูมยามาฮ่าทั่วประเทศครับ

เรื่อง – ภาพ : Rider Tumzababor

 

Comments

comments