รีวิวและทดสอบแบตเตอรี่ ARES ตัวเท่าฝ่ามือ จะดีจริงเหรอ อยากรู้ว่าดียังไงเลยขอเอามาลองสักหน่อย

สวัสดีครับเพื่อนๆ VRthairider วันนี้แอดมินจะมาแนะนำอุปกรณ์คู่รถมอเตอร์ไซค์ที่สำคัญเป็นอย่างมากนั่นก็คือ แบตเตอรี่ ซึ่งแน่นอนว่าสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถปัจจุบันที่บางรุ่นไม่มีไม่ได้ ไม่งั้นขี่ไม่ได้ ซึ่งวันนี้แอดมินขอมารีวิวแบตเตอรี่ยุคใหม่อย่าง แบตเตอรี่ ARES นั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแอดมินก็เห็นมานานพอสมควรตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ที่มีหน้าตาเหมือนคาปาซิเตอร์หุ้มด้วยพลาสติก จนมาในเวอร์ชั่นล่าสุดในตอนนี้ที่ทำออกมาได้ดูดีมากๆ อดไม่ได้จริง ๆที่จะเอามาทดสอบครับ

สำหรับ แบตเตอรี่ ARES ที่ผมเอามารีวิวจะเป็นรุ่น 120ccaP1 ซึ่งเหมาะกับการใช้งานกับรถ 150 – 400 ซีซี ซึ่งผมได้เอามาใช้กับรถ STALLIONS Buccaneer 250i  ขนาดเครื่องยนต์ 250 ซีซี สำหรับแบตเตอรี่ของ ARES ที่ผมชอบคือเรื่องของขนาดและน้ำหนักที่ต่างจากแบตเดิมๆอย่างสิ้นเชิงครับ ด้วยขนาดเพียงแค่ฝ่ามือเท่านั้น โดยมีความกว้าง 11 ซม. สูง 8.5 ซม. และหนาแค่ 3.8 ซม. เท่านั้น และมีน้ำหนักแค่ 460 กรัม อะไรจะเบาปานนั้น ไม่ถึงครึ่งกิโล หากเป็นแบตเดิมๆก็ร่วมๆ 2-3 กิโลแล้วครับ

ตัวแบตเตอรี่เป็นหัวเกลียวสำหรับขันเข้ากับขั้วเดิมของรถ ที่ผมว่าใช้งานได้สะดวกทีเดียวครับ โดยในกล่องยังได้มีการแถมโฟมหลายขนาดมาในกล่องด้วยเพื่อเอาไว้รองตัวแบตเตอรี่ให้แน่นกับช่องใส่แบตเตอรี่เดิมของตัวรถ แต่หากสายโมดิฟายหาช่องซ่อนได้สบายเลย

ผมได้ถอดแบตเดิมของเจ้า Buccaneer 250i ออกแล้วจัดแจงนำเอาโฟมที่แถมมาจัดวางเพื่อวางแบตไม่ให้หลวม จะได้ไม่เกิดการสั่นคลอนขึ้นระหว่างการขับขี่ แล้วเอาขั้วแบตของรถไปต่อเข้ากับขั้วของแบตเตอรี่ ARES ด้วยการหมุนที่สะดวกสบายครับ จริงๆทาง ARES ได้มีข้อแนะนำว่าให้ตรวจสอบไฟรั่วของตัวรถด้วย แต่เจ้า Buccaneer 250i ไม่มีอาการไฟรั่วอยู่แล้วเลยไม่ต้องตรวจสอบครับ (วิธีการตรวจสอบมีมาให้ในกล่องเรียบร้อย)

เมื่อต่อสายเสร็จก็ทดสอบการใช้งานได้ทันทีเพราะแบตเตอรี่ ARES มีไฟมาให้พร้อมใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งก็ถือว่าข้อดีที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องขนาดและน้ำหนักที่เบา ไม่ว่าจะเป็นรถแต่งที่ต้องการซ่อนแบตเตอรี่ก็ทำได้แบบง่ายๆ หรือรถแข่งที่ต้องการลดน้ำหนักรถก็สามารถช่วยได้เช่นกัน สำหรับระยะยาวผมยังตอบไม่ได้นะครับต้องรอใช้ไปนานๆถึงจะตอบได้ แต่ในเบื้องต้นผมพอใจแน่นอนครับ ด้วยคุณลักษณะหลายๆอย่างของแบตเตอรี่แบบ Lithium Iron Phosphate ที่ให้ผลดีกว่าแบตแบบปกติแน่นอนอยู่แล้วครับ

สำหรับสนนราคาของ ARES 120ccaP1 นั้นอยู่ที่ก้อนละ 2,400 บาท ใครที่กำลังหามาใช้ก็สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/ARESbattery/ และสำหรับในจังหวัดเชียงใหม่สามารถซื้อได้ที่ร้าน Burning ครับ เข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/bnsspeedcm/ ได้เลยครับ ผมก็ไปสอยมาจากร้าน Burning เช่นกันครับ สำหรับผมใช้งานมาได้สักพักถือว่าใช้งานได้ดีครับ เดี๋ยวจะมีประโยชน์มากๆตอนผมเอาเจ้า Buccaneer 250i คันนี้ไปคัสตอมจะมีประโยชน์มากๆครับ

สำหรับรถที่มีซีซีในช่วง 250 – 1,000 ซีซี ก็ยังสามารถเลือกใช้รุ่น ARES 240ccaP2 ได้เช่นกันที่มีน้ำหนักเพียง 870 กรัมเท่านั้นครับ ในราคา 3,900 บาท และรถขนาด 1,000-1,400cc ก็ใช้ ARES 360ccaP3 ในราคา 4,900 บาทครับ

ARES battery คือแบตเตอรี่ชนิด Lithium Iron Phosphate ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรดในทุกๆด้านดังนี้ ***

1.ARES battery ไม่คายประจุ หลายๆท่านที่ชื่นชอบในการขับขี่รถจักรยานยนต์ อาจจะมีหลายคัน หรืออาจจะมีคันเดียวแต่ไม่ค่อยได้ขี่ ปัญหาที่ทุกๆท่านจะต้องเจอเมื่อจอดรถไว้นานๆแล้วมาขี่คือ “แบตหมด” ไม่สามารถสตาร์ทได้ ต้องวิ่งหาร้านชาร์จไฟกันวุ่นวาย เพราะลักษณะของแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรดจะคายประจุด้วยตัวเองออกไปเรื่อยๆ อาจจะถึง50% ใน1เดือน ซึ่งถ้าไม่มีการขับขี่ จะไม่มีไฟเติมกลับเข้าไปในแบตเตอรี่ ทำให้กำลังไฟไม่เพียงพอต่อการสตาร์ท แต่กับแบตเตอรี่ ARES ด้วยคุณสมบัติของแบตเตอรี่แบบ Lithium Iron Phosphate แบต ARES จะสามารถวางไว้เฉยๆได้ถึง1ปี โดยกำลังไฟภายในเซลจะลดลงไปเพียง 5-10% เท่านั้น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่อีกต่อไปในการจอดรถทิ้งไว้นานๆ จะกลับมาขี่เมื่อไหร่ก็สตาร์ทติดเมื่อนั้น

2.อายุการงานที่ยาวนานกว่ามาก โดยลักษณะทางเคมีของแบตเตอรี่ตะกั่วกรดแบบเดิมแล้วจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ 1ปีถึง2ปีครึ่งเท่านั้น ตามแต่คุณภาพในการผลิต แต่แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate แบบแบตเตอรี่ ARES จะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 8 ปี และคงไม่ต้องสงสัยกับอายุการใช้งานว่าจะยาวนานขนาดนั้นจริงหรือไม่ เพราะแบตเตอรี่ ARES เป็นแบตเตอรี่ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในรถยนต์ Hybrid รุ่นใหม่ๆ ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงความคงทนได้เป็นอย่างดี ตรงนี้จะทำให้ผู้ใช้ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างมาก

3.ขนาดที่เล็กกว่า และน้ำหนักที่เบากว่ามาก ข้อนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นลำดับต้นๆเลยของแบตเตอรี่ ARES มอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักเบา จะได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในแทบจะทุกด้าน อัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น ระยะเบรคที่สั้นลง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ลดต่ำลง ความคล่องตัวที่เหนือกว่า Handling ที่ดีพลิกรถง่าย ซึ่งเหล่าบรรดาทีมแข่งรถต่างๆจะมีการลดน้ำหนักในหลายๆรูปแบบเช่นการใช้พาร์ทที่เป็นคาร์บอน การเปลี่ยนไปใช้ Titanium ในชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งกว่าจะลดได้แต่ละขีดแต่ละกิโลต้องใช้เงินมหาศาล แต่แบตเตอรี่ ARES มีน้ำหนักที่ต่ำกว่าเดิมเกือบ 5 เท่า ยกตัวอย่างแบตเตอรี่ตั่วกรดรุ่น ytx12 จะมีน้ำหนักที่ 3.5กิโล ในขณะที่ ARES รุ่นทดแทนคือรุ่น 240cca มีน้ำหนักเพียง 7 ขีดเท่านั้น เท่ากับว่าลดได้ 2.8กิโลกรัมทันที ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพียงก้อนเดียว
ณ.ปี 2016 นี้ มาตรฐานของวงการแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์กำลังจะเปลี่ยนไป ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มนำแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate มาใส่ให้เป็นแบตเตอรี่มาตารฐานจากโรงงาน เช่น CBR1000 2017 และยังมีอีกหลายรุ่นที่จะทยอยตามออกมา ดังนั้นจึงเป็นข้อพิสูจน์คุณภาพของแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate ได้เป็นอย่างดี

*** ข้อมูลจากทางผู้ผลิตแบตเตอรี่ ARES

Comments

comments