ขี่รถไทยไปตะลุย ภูลมโล จังหวัดเลย ชมทุ่งซากุระใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

จากที่ผมได้มีโอกาสพารถ YAMAHA Qbix ไปตะลุยพาเที่ยวชมดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย มาหลากหลายที่ (เข้าชมได้ที่นี่) ทำให้ผมได้มีโอกาสได้ชื่นชมโลกสีชมพูของซากุระเมืองไทยจนทำให้ติดใจ ซึ่งมีอยู่ที่หนึ่งซึ่งผมได้เล็งเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าจะไปให้ได้ก็คือที่ ภูลมโล เพราะเป็นพื้นที่ๆมีดอกซากุระเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนั่นเอง

สำหรับ ภูลมโล ตั้งอยู่ที่ เขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งการเดินทางของผมจาก จังหวัดเชียงใหม่ไปภูลมโล ใช้ระยะทางราวๆ 400 กิโลเมตร ซึ่งจากการหาข้อมูลมาก่อนเดินทางเขาบอกว่าทางขึ้นยอดภูลมโลเป็นทางดินที่ค่อนข้างจะลำบากสักหน่อย งานนี้เลยต้องขอหยิบเอา Stallions Buccaneer 250i ออกไปลุยในครั้งนี้ครับ ซึ่งน่าจะเข้ากับการเดินทางในครั้งนี้ โดยผมได้ออกเดินทางออกจากจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเช้าๆ ซึ่งช่วงนี้ปลายเดือน มกราคม อากาศก็ยังคงเย็นสบายครับ

การเดินทางของผมจะยืนพื้นการเดินทางที่ช่วงความเร็วราวๆ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยรถ Buccaneer ถือว่าตอบสนองได้ดีทุกช่วงความเร็วจริงๆ เป็นรถอีกรุ่นที่ผมชอบในกำลังของเครื่องยนต์ไม่ได้แรงนะแต่ผมว่าขี่สนุกแถมไม่ได้กินน้ำมันมาก โดยการเดินทางก่อนออกจากจังหวัดลำปาง ก็ได้เวลาแวะกินข้าวเช้าครับ ผมเลือกร้านนี้เลยกับร้าน “ต้นทาง” กับก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ที่บอกเลยว่าอร่อยดีครับ

ภายในร้านสะอาดเรียบร้อย ที่ผมชอบเลยคือมีมุมรถเก่าๆไว้ให้ดูกันด้วย แต่ละคันผมว่ามีมาหลายสิบปีแล้วครับ หรือใครอยากจะจัดกาแฟสดสักแก้วที่นี่ก็มีให้บริการครับ

เมื่อผมเดินทางไปถึงอุตรดิตถ์ก็ได้ไปเจอกับผู้ร่วมทริปอีก 1 คนที่ได้ขอไปเที่ยวด้วยในครั้งนี้ครับ โดยได้ควบ Stallions CT400 คัสตอมในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่เหมือนใคร เป็นแนวที่พร้อมตะลุยจริงๆ งานนี้จึงกลายเป็นทริปรถไทยตะลุยภูลมโลไปโดยปริยาย

การเดินทางก็จะไปเส้นทางเดียวกับที่จะไป ภูทับเบิก ครับ โดยการเดินทางในเส้นทางช่วงอุตรดิตถ์ก่อนเข้าไปยัง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นทางยาวๆเป็นส่วนใหญ่ บางทีก็แอบอยากให้รถที่ขี่ไปวิ่งได้สัก 200 เหมือนกัน 555 เพราะเล่นเอาง่วงเหมือนกันกับการวิ่งที่ความเร็วช่วง 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ก่อนเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เราต้องได้เสียค่าธรรมเนียมคนละ 60 บาท ซึ่งเส้นทางนี้ก็ได้เจอทั้งทางขันๆ รวมไปถึงโค้งแคบๆ ควรเดินทางด้วยความระมัดระวังกันด้วยครับ สำหรับเครื่องยนต์ขนาด 250 และ 400 ซีซี ไปได้สบายๆ หากเป็นรถเล็กๆก็อาจจะต้องเค้นกันหน่อยครับสำหรับเส้นทางนี้

เมื่อพวกเราเดินทางมาถึง บ้านร่องกล้า เห็นชาวบ้านเรียกว่า บ้านใหม่ พวกเราก็ได้หาที่พักที่ได้จองเอาไว้คือ ไร่ลมหนาว ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตหมู่บ้าน จะขี่ตามทางดินไปบนภูเขาที่ทำให้เห็นวิวของหมู่บ้านร่องกล้าทั้งหมดครับ โดยหากเอาเต็นท์ไปเองจะคิดที่คนละ 100 บาท แต่หากใครอยากจะเช้าเต็นท์พร้อมเครื่องนอนก็เริ่มต้นที่ 500 บาท และในส่วนของบ้านพักก็มีให้พักเหมือนกันครับ ใครสนใจก็ดูได้จาก facebook.com/Lumnow12345/ ได้เลยครับ

สำหรับที่ไร่ลมหนาวบรรยากาศค่อนข้างดีครับ แต่อาจจะมายากสักหน่อย แต่กลับเป็นข้อดีที่ทำให้ได้เห็นวิวสวยๆ และเมื่อมองไปทางยอดเขาก็เห็นมีทิวเขาสีชมพู ซึ่งดูแล้วเหมือนกับดอกซากุระเมืองไทย พวกเราก็เลยลองขี่รถไปดูกันครับ ซึ่งถนนถือว่าเป็นทางที่ลำบากกว่าเดิมทีเดียว แต่กับสภาพรถของพวกเราก็เรียกว่าเกิดมาเพื่อลุยกับทางแนวนั้นอยู่แล้วครับ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังมีวิวให้ได้เห็นทุ่งดอกซากุระที่สวยงามจริงๆครับ

ซึ่งมันก็ทำให้พวกเราได้เพลิดเพลินไปกับเส้นทางได้ครับ พวกเราต้องจำเส้นทางให้ดีเพราะเป็นทางบนเขา และ เส้นทางในป่า ซึ่งยังแอบหวั่นๆว่าจะหลงทางได้ครับ ซึ่งกำลังขี่รถไปเพลินๆก็ไปเห็นป้ายทางขึ้นยอดภูลมโล ซะงั้น ซึ่งทางในป่าคงเป็นทางที่มาโผล่ตรงยอดภูลมโลพอดี ซึ่งโดยปกติแล้วภูลมโลจะให้จอดรถไว้ที่หมู่บ้านและเหมารถขึ้นมาเพราะทางค่อนข้างชันและขรุขระจึงอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนั่นเอง

หากใครได้มาเที่ยวผมก็อยากแนะนำให้เอารถจอดที่หมู่บ้านแล้วนั่งรถยนต์มาดีกว่าครับ แต่เมื่อพวกผมขี่ลัดป่ามาจนมาโผล่ยอดภูลมโลแล้วก็เลยถือโอกาสขี่รถชมความงามของที่นี่เลยละกันครับ

สำหรับที่ภูลมโล เป็นพื้นที่ๆมีดอกพญาเสือโคร่งเยอะจริงๆ สมแล้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครับ มีจุดสวยๆให้ได้ถ่ายรูป และมีลานชมพระอาทิตย์ขึ้นที่น่าจะสวยงามในตอนเช้าครับ เสียดายที่พวกเรามาตอนเย็นๆเลยไม่มีโอกาสเก็บภาพมาให้ครับ

แต่ที่จุดชมวิวตอนเย็นๆก็ยังมีโอกาสได้ถ่ายบรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ตกดินมาให้ชมครับ ขากลับออกมามืดมากแทบหลงทางครับ ใครที่ไม่คุ้นเคยการเดินทางในป่าแนะนำว่าอย่าบ้าระห่ำแบบพวกผมนะครับ กลับมานอนที่ไร่ลมหนาว เพื่อพรุ่งนี้สายๆจะกลับไปเก็บภาพดอกซากุระมาฝากเพื่อนๆก่อนกลับครับ

ในช่วงเช้าๆกับอากาศหนาวๆ ของอร่อยที่กินเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อก็คือ มาม่า กับน้ำร้อนๆกินเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อครับ และเป็นที่น่าตื่นใจอีกครั้งเมื่อพวกเราได้มีโอกาสได้กิน “พิซซ่าม้ง” ของกินที่ชาวม้งที่นี่จะทำกินในช่วงปีใหม่ และวันนี้ชาวบ้านได้ทำกินกันพอดีพวกเราเลยถือโอกาสขอชิมครับ ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้กิน พิซซ่าม้ง ซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่า “จั๊ว” ครับ อารมณ์ก็จะยืดๆเหมือนพิซซ่าครับ แต่จะทำจากข้าวเหนียวมาตำแล้วผิงไฟ โดยเอากินกับ น้ำอ้อย นมข้น หรือ น้ำผึ้ง บอกเลยว่าอร่อยแถมอิ่มมากครับ

หากใครที่ชื่นชอบ ดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ที่ ภูลมโล เป็นที่หนึ่งที่แนะนำเลยครับ ด้วยพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ คงทำให้เพื่อนๆได้มีความสุขกับการชื่นชมดอกซากุระเมืองไทยแน่นอน โดยดอกจะบานในช่วงกลางเดือน มกราคม ของทุกปี มีโอกาสลองไปเที่ยวกันนะครับ

Comments

comments