สงครามรถเครื่องชิงแชมป์โลก ญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง EP.1

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะขอมานำเสนอเรื่องราวดีๆที่ผมได้อ่านมาจากพี่ Prateep P. Parisutsoontron ชายคนหนึ่งที่คร่ำหวอดในวงการมานาน และเป็นที่นับถือของใครหลายๆคนรวมถึงผมเอง ซึ่งเรื่องราวที่ผมจะเอามาแบ่งปันให้อ่านนี้ผมจะขอก๊อปจากต้นฉบับมาทุกตัวอักษร เพื่อให้เพื่อนๆได้อ่านและเข้าใจอย่างที่พี่เขาตั้งใจเขียนให้อ่านกันนะครับ ซึ่งผมได้ขออนุญาติจากทางพี่เขาเพื่อเอามาเผยแพร่ในเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่อยากให้เรื่องราวดีๆเลือนหายไปตามกาลเวลาและหน้า Feed Facebook ครับ หวังว่าคงจะมีคนที่ชื่นชอบเหมือนผมนะครับ

ธีรพัฒน์ จิวะพงศ์ หรือ สิงโตซัง ปัจจุบันไม่ได้สังกัดอยู่กับฮอนด้า ส่วน จิม สเลเย่อร์ หรือชายพจ พจรัช เทศวิรัช ก็ไม่ได้เป็นนักเขียน นักข่าว นักทดสอบแล้วนะ ทั้งสองไปอยู่ในที่ ที่ควรอยู่กันแล้ว…

บทความ เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ ชายพจ พจรัช เทศวิรัช ได้สะท้อนออกมาให้เราได้อ่าน …คนที่ทำงานในแวดวง 2 ล้อในยุคนี้อาจจะไม่เคยได้อ่าน

“ไม่ต้องอาย ถ้าคิดจะเอาไปต่อยอด ประยุกต์หรือดัดแปลงใช้ ก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ เพราะนี่คือเรื่องราวของ #นักการตลาดขั้นเทพ ตัวจริง ที่ติดดิน #ไม่ได้นั่งเทียนเขียนแผน….”

มาเข้าเรื่องกันเลยครับกับ ค่อยๆอ่านค่อยๆคิดตามไปด้วยก็ดีนะครับ…

#จักรพรรดิยานยนต์ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2546 โดยชายพจ หรือ จิม สเลเยอร์ หรือ พจรัช เทศวิรัช ได้เคยเขียนไว้ ในพ๊อคเก๊ตบุ๊ค เพื่อเป็นคำอุทิศ ให้ สิงห์โตซัง…ธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ มังกรที่ซ่อนกายในร่างของ…สิงห์โต!! …

เริ่มกันกับที่มาที่ไป เรื่อง #สงครามรถเครื่องชิงแชมป์โลก …. ญี่ปุ่น…ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น เป็นช่วงที่สุดตรีนจริงๆเพราะโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศต้องหยุดเกือบร้อยเปอร์เซนต์โรงงานในญี่ปุ่นได้รับการเชื้อเชิญจากรัฐบาลให้เลิกผลิตสินค้าขายชาวบ้าน แล้วมาผลิตอาวุธให้รัฐบาลแทน ความขาดแคลนทุกอย่างชาวญี่ปุ่นได้รับกันทั่วหน้าหนักหนา ….

สาหัสที่สุด คือการขนส่ง เพราะโรงงานที่ผลิตยานยนต์ถูกเกณฑ์เข้าไปร่วมสงครามทั้งหมด นอกเหนือจากการขนส่งในระบบราง ก็รถไฟนี่แหล่ะ ญี่ปุ่นแทบไม่เหลืออะไรเลย #คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จึงต้องใช้วิธีเดินหรือปั่นจักรยาน เพื่อไปซื้อสินค้าในเมือง …วัฒนธรรมของญี่ปุ่นนั้นฝาละเมียจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการเงินและดูแลงานบ้านทั้งหมด ฝาละมีจะมีหน้าที่ทำงานหาเงินเข้าบ้านอย่างเดียว ก็ลองนึกภาพแม่บ้านญี่ปุ่นแบกข้าวของเครื่องใช้จนหลังแอ่นจากเมืองกลับมาบ้าน ระยะทางเป็นสิบกิโลดูละกัน ที่มีปัญญาซื้อจักรยานก็มีสภาพดีกว่ากันนิดหน่อยเท่านั้นเอง

“ปลาดิบไม่สิ้นปลาร้า”ท่ามกลางความทุกข์ยากที่ระบาดไปทั้งแผ่นดินนั้น #ก็มีคนหัวใสคิดประดิษฐ์ดัดแปลงนำเครื่องยนต์มาติดตั้งกับตัวรถจักรยาน เพื่อทำให้การเดินทางได้รวดเร็วขึ้น กว่าเดิมก็เรียกกันรวมๆว่า #รถจักรยานยนต์หรือรถเครื่อง นะแหล่ะ มีคนคิดค้นประดิษฐ์กันออกมาขายให้แม่บ้านญี่ปุ่นเป็นร้อยๆยี่ห้อทีเดียว พาหนะที่ใช้พลังเครื่องยนต์มาแทนพลังน่องของคนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงโดยญี่ปุ่นเป็นฝ่าย”เจ๊งชัย”อย่างยับเยิน

เสร็จสงครามก็เป็นเรื่องของการฟื้นฟูประเทศ … ญี่ปุ่นถูกกำหนดให้ลดกำลังทหารลงไปทั้งหมด อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ถูกเกณฑ์ไปร่วมรบก็เลยได้อานิสงฆ์ไปด้วย ทุกฝ่ายเริ่มกลับมาทำมาหากินกันตามปกติ ญี่ปุ่นภายไต้การควบคุมของไอ้กันซึ่งเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ค่อยๆโงหัวขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เริ่มเปิดสายการผลิตลงสู่ท้องตลาดทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น

ในขณะที่ความสำคัญของรถจักรยานยนต์ที่เคยเป็นตัวหลักก็เริ่มลดบาทลงเช่นกัน โชคหรือเคราะห์ของญี่ปุ่นนั้น ยังไม่แน่ใจมาจนถึงทุกวันนี้…เมื่อสงครามคาบสมุทรเกาหลีระเบิดขึ้นเป็นสงคราม ระหว่างจีนคอมมิวนิสต์กับไอ้กันที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยโดยใช้สังเวียนชกในดินแดนของประเทศเกาหลีเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะ

ตามฟอร์มของจีไอ ทหารเทวดาของไอ้กันที่รัฐบาลเกณฑ์มาทำสงครามในครั้งนี้ ต้องอยู่ดีกินดี เหมือนที่บ้าน ข้าวของเครื่องใช้ถูกกวาดต้อนเข้าสู่สมรภูมิรบเกาหลีอย่างไม่อั้น โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เพราะภูมิประเทศในเกาหลีนั้นค่อนข้างทุรกันดาร ถนนหนทางก็ยังไม่มีเพียงพอจักรยานยนต์ จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับสงครามในครั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นคำตอบถัดมา เพราะระยะทางจากญี่ปุ่นไปเกาหลีนั้นห่างกันแค่เหงือกกับจมูกเท่านั้น

ออเดอร์สินค้านานาชนิดจึงหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น อุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่น ระดมกำลังการผลิตกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อรองรับการสั่งซื้อจากไอ้กัน เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกระเตื้องขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

#แล้วก็เหมือนฟองสบู่แตกดังโพละ เมื่อสงครามคาบสมุทรเกาหลีสิ้นสุดลงโดยไอ้กันยกพลกลับบ้าน แล้วชำแหละเกาหลีออกเป็นสองส่วน คือเกาหลีเหนือ กับเกาหลีไต้ มาจนถึงปัจจุบันนี้ และก็ทำให้ญี่ปุ่นถูกหวยหายนะ โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อซักเยนเดียว ออเดอร์สินค้าของญี่ปุ่นกลายเป็นศูนย์ภายในพริบตา

สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร สงครามพึ่’เริ่ม อ่านแล้วได้อารมณ์แล้วใช่ไหม

ย้ำอีกครั้ง เรื่องที่เรากำลังอ่านเป็นเรื่องจากมันสมองของชายพจนะ ไม่ใช่เรื่องของผม เดี๋ยวจะหาว่าผมไปเอาเรื่องคนอื่นมาก๊อปเนื้อหาเพื่อยอด like เข้าใจตรงกันนะครับ

Prateep P. Parisutsoontron

Comments

comments