ควบมอเตอร์ไซค์ตะลุย “เชียงคาน” เมืองที่จะทำให้คุณ หลงรัก “เลย” ภาค ๑

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยว “เชียงคาน” จังหวัด “เลย” กันครับ กับเมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขงสุดเขตชายแดนไทย ซึ่งผมว่ามันคือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่หลายๆคนอยากไปเที่ยวกันแน่นอน โดยในทริปนี้ผมก็ออกเดินทางจาก เชียงใหม่ ยิงตรงไป เชียงคาน กับระยะทาง ไป-กลับ กว่า 1,000 กิโลเมตรครับ โดยทริปนี้ได้ผู้ร่วมชะตากรรมมาอีก 2 คน 2 คัน โดยการเดินทางครั้งนี้ผมได้ควบ Stallions Buccaneer 250i รถดีที่หลายๆคนมองข้าม กับผู้ร่วมทริปที่ควบ Triumph และ Yamaha M-Slaz โดยในทริปนี้ผมได้ตั้งเป้าไว้ที่ 2 คืน 3 วัน คือวันเดินทาง 1 วัน เที่ยว 1 วัน และกลับอีก 1 วัน ไม่ได้รีบร้อนครับเดินทางแบบสบายๆ ความเร็วในช่วง 100 – 120 กม./ชม. ครับ

เส้นทางการเดินทางจะไม่ขอเก็บภาพมากครับ เพราะเก็บมาฝากหลายทริปเดี๋ยวจะเบื่อซะก่อน โดยผมเลือกเดินทางในเส้นทาง เชียงใหม่ – ลำปาง – แพร่ – อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก – เชียงคาน ครับ ซึ่งกับรถพิกัด 150 ซีซี อย่าง M-Slaz ก็ไปได้สบายๆไม่ต้องห่วงอะไร แต่ระหว่างทาง M-Slaz ต้องแวะเช็คโซ่สเตอร์นิดหน่อยก็ยิงยาวต่อได้ครับ ซึ่งร้านที่แวะก็ช่างบังเอิญที่อยู่ๆก็ทักพวกผมมาว่า “ใช่ขาติดถังหลังติดนมไหมครับ? ผมเป็นแฟนคลับ ขอสติ๊กเกอร์หน่อยครับ” ก็เลยได้ได้แจกสติ๊กเกอร์ให้ไปเลยครับ หากใครผ่านมาแถว ชาติตระการ จ.พิษณุโลก แวะมาเที่ยวร้านได้ครับ

ทริปนี้มาถึงเชียงคานเย็นราวๆ 6 โมงเย็น ซึ่งวันนี้ฟ้าสีสวยมาก แดงสวยเลยครับ  ยิ่งขอบฟ้าตัดกับสายน้ำที่ริมฝั่งโขง ยิ่งได้บรรยากาศมากๆ ต้องได้รีบควักมือถือมาถ่าย เพราะหากมัวล้วงกล้องมาถ่ายคงไม่ทันแน่ๆ

เมื่อมาถึงตัวเมืองเชียงคาน ก็ต้องรีบหาที่พักครับ ซึ่งแน่นอนครับที่พักที่ติดน้ำโขงจะเป็นที่พักที่หลายๆคนอยากจะพัก เพราะจะได้เห็นบรรยากาศริมฝั่งโขงทั้งไทยและลาว ซึ่งทริปนี้พวกเรา 3 คนตกลงกันว่า ขอนอนริมโขง จะถูกจะแพงช่างมัน ก็เลยเดินหาจนมาเจอ “เฮือนยายบับภา” ซึ่งเป็นอะไรที่ตรงใจพวกเรา คือเป็นที่พักที่เป็นไม้ และติดริมโขง ซึ่งแน่นอนเข้ากับบรรยากาศที่พวกเราอยากได้ เลยตกลงพักที่นี่ โดยราคาในวันที่เราไปพัก เปิด 1 ห้อง พร้อมที่นอนเสริม ราคา 1,200 บาท ไม่แพงเลยครับ

ห้องพักได้อารมณ์แนวรีสอร์ทครับ ถือว่าคุ้มครับกับราคานี้

หลังจากล้างหน้าล้างตาเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินเที่ยว “ถนนคนเดิน เชียงคาน” เป็นถนนที่ผ่านหน้าที่พักของเรานั่นเอง โดยถนนคนเดินที่นี่จากการสอบถามจะมีทุกวัน ซึ่งเป็นโชคดีของพวกเราที่เลือกมาในวันธรรมดา เพราะหากเป็นวันหยุดคนคงเยอะกว่านี้ครับ ซึ่งถนนคนเดินที่นี่หากได้แวะมาเที่ยวอย่าลืมนะครับ “กุ้งย่าง” ไม่ต้องมีน้ำจิ้มก็กินได้อร่อยเพลินๆเลยครับ ไม้ละ 10 บาท ผมนี่ล่อไปซะ 3 ไม้ อิ่มเลยครับ

อาคารต่างๆแถวนี้จะได้อารมณ์ที่ดูโบราณ ถึงจะมีการปรับปรุงกันใหม่ แต่ก็ยังคงให้อารมณ์ที่ย้อนยุคได้ดีครับ

ข้าวเย็นพวกเรายังไม่ได้กินกันเลยครับ ต้องอาศัยถามชาวบ้านเพราะบอกตรงๆผมยังไม่เคยมานอนที่เชียงคานเลย ซึ่งชาวบ้านก็แนะนำให้ไปทานข้าวร้านอาหารตามสั่ง “ครัว อร่อยจังเลย” ซึ่งก็อยู่ในบริเวณถนนคนเดินนั่นแหล่ะครับ ซึ่งต้องบอกครับว่า ฝีมือไม่ธรรมดาครับ อร่อยหรือพวกเราหิวกันแน่!! อร่อยครับอร่อยจริงๆ ใครมาอย่าลืมแวะไปทานได้ครับ

เมื่ออิ่มได้ที่ก็ได้เวลาเดินหาอะไรทานอีกครับ ซึ่งเดินๆไปก็ได้ไปเห็นร้านขายโรตีร้านหนึ่งที่เห็นมีคนรุมซื้อกันไม่ขาดสาย ก็ต้องเข้าไปชิมครับงานนี้ ซึ่งร้านเป็นร้านแบบรถเข็นชื่อ “โรตี ผีตาโขน” ซึ่งมีโรตีหลากหลายแบบ และที่ดูจะขึ้นชื่อก็คือ “โรตีกรอบ” ครับที่น่าทานมากแถมยังให้เราราดนม น้ำตาล เองตามใจชอบได้เลยครับ ต้องบอกอีกแล้วครับ ว่าอร่อยจริงๆ ซึ่งเจ้าของร้านได้บอกว่าได้ขายมาหลายสิบปีแล้ว มาเชียงคานต้องลองครับ

คืนนี้เรียกได้ว่าได้กินทั้งของคาวของหวานเรียบร้อย ขาดไม่ได้ครับ ต้องหาเครื่องดื่มสิครับ (งานนี้ 20+) ซึ่งพวกเราเดินๆหาร้านไปเรื่อยๆ หาร้านที่มีอะไรที่น่าสนใจและน่านั่ง เพราะหากมาถึงนี่แล้วจะให้นั่งอะไรๆแบบทั่วๆไปก็คงไม่เข้าบรรยากาศ ซึ่งพวกเราก็ตกลงว่าจะนั่งร้าน “Cafe’ สุขนิยม เชียงคาน” ร้านที่มีสไตล์การตกแต่งร้านที่โดนใจ น่านั่ง และที่สำคัญมีเบียร์มากมายหลายยี่ห้อไว้ให้บริการ

เจ้าของร้านเองจากการได้พูดคุยด้วยก็เป็นคนชอบขี่มอเตอร์ไซค์เช่นกัน แถมขี่รถไปมาทั่วแล้วเหมือนกัน เลยคุยกันได้เรื่อยๆ ซึ่งงานนี้ก็เล่นเอาซะดึกเลยครับ ซึ่งทริปของเราในวันแรกก็พักไว้แค่นี้ พรุ่งนี้ต้องได้ไปเที่ยวในจุดที่น่าสนใจอีกหลายจุดในเชียงคานครับ ไว้ตามต่อใน “เชียงคาน ภาค 2” ครับผม

Comments

comments