ควบมอเตอร์ไซค์ตะลุย “เชียงคาน” เมืองที่จะทำให้คุณ หลงรัก “เลย” ภาค ๒

สวัสดีครับเพื่อนๆจากภาคที่แล้วพวกเราได้เดินทางจาก “เชียงใหม่” พาเพื่อนๆมาถึง “เชียงคาน” และได้พาเดินเที่ยว “ถนนคนเดินเชียงคาน” และพาไปนั่งดื่มเบาๆที่ร้าน “Cafe’ สุขนิยม เชียงคาน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครที่ยังไม่ได้ติดตาม ภาค ๑ คลิ๊กเข้าไปชมได้เลยครับ และสำหรับในภาค ๒ นี้พวกเราก็ขอพาเพื่อนๆออกไปเที่ยวในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ เชียงคาน กันนะครับ ซึ่งจากที่จัดหนักกันมาเมื่อคืนตื่นเช้ามาบางคนก็ขยันออกไปวิ่งริมน้ำโขงแต่เช้า ต้องบอกเลยว่าเป็นบรรยากาศที่ดีมากๆกับช่วงเช้าๆที่เชียงคาน ดูสบายๆ ไม่แออัด ใครที่อยากหลีกหนีความแออัด อึดอัดในเมืองใหญ่ ที่นี่ทำให้คุณได้พักผ่อนเต็มที่แน่นอนครับ

ส่วนบางคนไม่อยากออกไปวิ่งเล่น หรือออกไปเดินเที่ยว ก็ยังสามารถนั่งอยู่ที่ระเบียงที่พัก จิบกาแฟ ชมบรรยากาศริมฝั่งโขง ก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งครับ

สำหรับในทริปนี้พวกเราได้ตกลงกันว่า จะไม่นอนที่เดียวหลายๆคืน เราจะเปลี่ยนที่นอนทุกคืน เพื่อที่จะได้เห็นที่พักหลายๆแบบ หลายๆสไตล์ ซึ่งในวันนี้พวกเราก็ได้สอบถามทาง “เฮือนยายบับภา” ว่ามีที่ไหนที่น่าพักอีก ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้พักที่ “ใดเฮง บูทิค โฮเทล” ซึ่งจากเดินดูเหมือนจะมีอยู่ 2 ที่ก็เลยเก็บของออกจาก “เฮือนยายบับภา” เพื่อไปเช็คอินที่ใหม่ จะได้ฝากของแล้วออกไปเที่ยวต่อได้ครับ

เช็คเอ้าท์ออกจาก เฮือนยายบับภา

เช้าๆตรงถนนคนเดินหากใครชอบถ่ายรูปสามารถมาเดินถ่ายรูปเลานได้สวยเลยครับ หากใครที่ตื่นเช้าๆก็สามารถใส่บาตรได้ครับ(ทางโรงแรมบอกไว้) แต่งานนี้ต้องบอกครับ ตื่นไม่ทัน 555

สำหรับ “ใดเฮง บูทิค โฮเทล” เป็นที่พักที่ค่อนข้างดูทันสมัยขึ้นมาบ้างครับ ไม่ได้เป็นแนวเรือนไม้เหมือนกับ “เฮือนยายบับภา” ซึ่งในจุดนี้พวกเราตอบไม่ได้นะครับว่าที่ไหนดีกว่ากัน เพราะความชอบของคนเราไม่เหมือนกัน หากชอบแนวไม้โบราณๆก็ต้อง “เฮือนยายบับภา” แต่หากชอบอะไรที่ดูสมัยใหม่ขึ้นก็ “ใดเฮง บูทิค โฮเทล” ครับ ซึ่งพวกเราก็เปิดห้องเดียวนอน 3 คน ขอที่นอนเสริม 1 ในวันที่เราไปพักทางโรงแรมคิดให้ 1,000 บาทครับ

ก่อนจะเดินทางออกไปเที่ยวก็ต้องหาอะไรรองท้องครับ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการสอบถามจากคนที่นี่ ซึ่งเมื่อคืนตอนที่เราไปนั่งร้าน “Cafe’ สุขนิยม เชียงคาน” เจ้าของร้านได้แนะนำให้เราไปทาน “ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว สูตรโบราณ” กับร้านขึ้นชื่อของเชียงคานชื่อร้าน “ป้าบัวหวาน”

เมื่อวานควบมอเตอร์ไซค์มากว่า 500 กิโลเมตรแล้ว วันนี้ขอย้อนยุคเป็นสายปั่นสักหน่อย ให้ได้บรรยากาศ ก็เลยยืมจักรยานของทางโรงแรมปั่นไปทานข้าวเช้ากัน มาที่นี่จะไปไหนมาไหนปั่นเอาก็ได้ครับ เป็นอะไรที่ได้บรรยากาศเหมือนกันไม่ว่าจะปั่นแถวถนนคนเดิน หรือ ไปปั่นริมโขงก็เข้าท่าครับ

ปั่นออกมาจากโซนที่พักราวๆ 2-300 เมตร ก็มาถึงร้าน “ป้าบัวหวาน” ซึ่งเป็นร้านขาย “ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว สูตรโบราณ” ซึ่งข้าวปุ้นก็คือเส้นขนมจีนนี่แหล่ะครับ ที่กินกับน้ำแจ่ว สูตรโบราณ ตอนที่เห็นผมว่ามันได้อารมณ์เหมือน น้ำก๋วยเตี๋ยว แต่พอลองซดน้ำเข้าไป (ตาลุกวาว) คือจะบอกว่ามันอร่อยมากๆๆๆๆๆครับ มันหอม หวาน อร่อยอย่างบอกไม่ถูก (อยากให้มีมาขายแถวบ้านผมเลย)

โดยเครื่องปรุงก็มีหลายอย่างมีทั้งฟริกบ่นเหมือนก๋วยเตี๋ยว และ พริกสดปั่น แถมยังมีกะปิรวมไปถึงผักสดให้ใส่ได้ตามใจชอบ งานนี้ผมกล้าบอกเลยครับ ใครมาเชียงคานแล้วไม่ได้กิน ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ถือว่าพลาดครับ

ทริปนี้พวกเรามากันในช่วงเดือน กันยายน จะมีฝนบ้าง เช้าๆเจอฝนไปหน่อย พอฝนเริ่มหยุดก็ได้เวลาออกไปเที่ยวครับ จุดแรกที่เราไปก็คือ “บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ” โดยชาวบ้านสืบเชื้อสายไทดำ หรือไทชงดำ หรือไทโซ่ง นับแต่อดีตมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ราวๆ 10 กว่าโล ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะมีดูวิถีของชาว ไทดำ ซึ่งในวันที่ผมไปก็เห็นมีการแสดงและการสอนทำหัตถกรรมของชาวไทดำด้วยครับ

จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อครับไปยัง “ภูทอก” จุดที่คนขึ้นไปดูวิวของเมืองเชียงคาน และชมทะเลหมอก ซึ่งงานนี้พวกผมแห้วครับ เพราะไปถึงราวๆบ่าย ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลยครับ จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลจะให้บริการเวลา ตี 5 – 11 โมงครับ งานนี้เลยแห้วไป ไว้เดี๋ยวค่อยมาใหม่

อีกจุดหนึ่งที่ผมได้ข้อมูลจากชาวบ้านที่ “บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ” ว่าหากมาเชียงคานแล้วไม่ได้ขึ้นไป “วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน” ถือว่ามาไม่ถึงเชียงคาน แหมพูดมาขนาดนี้จะพลาดได้ไง ซึ่งทางขึ้นวัดพระพุทธบาทภูควายเงินค่อนข้างชันแต่ก็ถือว่าขึ้นไปได้สบายครับสำหรับมอเตอร์ไซค์ หากเป็นรถยนต์ก็ใช้ความระมัดระวังบ้างครับผม

ซึ่งวัดพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นสัดเก่าแก่ในอำเภอเชียงคานจังหวัดเลยถือเป็น ศาสนสถาน ศักดิ์สิทธิ์ สำคัญที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมานาน ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2300 ซึ่งก็มีอายุร่วม 261 ปีเลยทีเดียวครับ

ในบริเวณวัดจะมีจุดชมวิวที่เห็นตัวเมืองเชียงคานซึ่งสวยงามทีเดียวครับ หากเป็นช่วงที่มีหมอกลงคงจะสวยงามกว่านี้ครับ

เราอยู่ที่วัดนานเหมือนกันเพราะมัวเพลิดเพลินกับชมวิว และให้อาหารกระต่ายกับเต่าครับ จนฝนได้เทลงมาก็ได้เวลากลับไปหลบฝนที่โรงแรมก่อน ซึ่งทำให้ภารกิจของพวกเรายังไม่สำเร็จครับ เพราะไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ จึงได้คุยกันว่าคงได้อยู่ต่อที่เชียงคานอีก 1 วันครับ

เมื่อต้องเลื่อนวันกลับก็มาจบที่ถนนคนเดินเชียงคานเช่นเดิมครับ ซึ่งในวันนี้พวกเราเดินไปเที่ยวบริเวณสวนสาธารณะติดริมน้ำโขง ซึ่งมีคนมาเดินวิ่งออกกำลังกายที่นี่ค่อนข้างเยอะเลยครับ หากมาเที่ยวเชียงคานก็มาเดินเที่ยวเล่นแถวนี้ก็ดีนะครับ เผื่อเจอคู่ที่นี่ครับ ^^

ตามด้วยหมูกระทะในวันที่อากาศเป็นใจ โดยเราได้ไปนั่งกินกันที่ “พูนทรัพย์ หมูกระทะ” ที่นี่มีให้เลือกหลายแบบทั้งแบบรายหัว และแบบชั่งกิโล โดยเลือกรวมๆมาแล้วชั่งกิโลละ 200 บาท กินไป 2 กิโลอิ่มเหลือเฟือครับ

เมื่ออิ่มได้ที่ก็มานั่งดื่มเบาๆที่ถนนคนเดินเชียงคานก่อนกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมลุยต่อวันพรุ่งนี้ครับ ก็ถือว่าจบวันที่ 2 ไปแล้วกับการตะลุยเชียงคาน ยังไม่จบครับเดี๋ยวมาต่อกัน ภาค ๓ ตอนจบ ว่าเราจะไปทำอะไรกันที่ไหนในเมืองเชียงคานครับ

Comments

comments