ควบมอเตอร์ไซค์ตะลุย “เชียงคาน” เมืองที่จะทำให้คุณ หลงรัก “เลย” ภาค ๓

เข้าสู่วันที่ 3 แล้วกับการมาทริป “เชียงคาน” ที่พวกผมบิดกันมาจากเชียงใหม่กว่า 500 กิโลเมตร เพื่อพาเพื่อนๆมาเที่ยวเมืองเชียงคาน เมืองที่มีมนต์เสน่ห์ให้หลายๆคนอยากมาเที่ยวที่นี่ ซึ่งใน ภาค ๒ ตอนที่แล้วก็ได้พาเพื่อนๆไปเที่ยวยังจุดท่องเที่ยวหลายแห่งในเชียงคาน หากใครยังไม่ได้ดู ภาค ๒ คลิ๊กเข้าไปอ่านได้เลยครับ และในวันนี้ผมตั้งใจจะพาเพื่อนๆเที่ยวต่อในเชียงคาน และเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมว่าหากมาเชียงคานแล้วไม่ได้ไปที่นี่ ผมว่าเหมือนมาไม่ถึงเชียงคาน นั่นก็คือ “ภูทอก” ครับ จากเมื่อวานเย็นชมวิวสวยๆริมน้ำ แต่วันนี้เหมือนฟ้าฝนไม่เป็นใจครับ เช้ามาฝนตกหนักเลยครับ นั่นแปลว่าเช้านี้ผมคงอดขึ้นภูทอกเก็บบรรยากาศมาฝากครับ

นั่งรอฝนหยุดก็ไม่หยุดสักที นั่งมองข้ามฝั่งโขงไปฝั่งลาวก็ดูร่มรื่น ก็เลยปิ๊งไอเดียกัน เลยได้ข้อสรุปว่าไหนๆก็มาถึงเชียงคานแล้ว ลาวก็อยู่ตรงข้ามใกล้ๆ ข้ามไปเที่ยวลาวกันดีกว่า!! นั่นก็หมายความว่าทริปในวันนี้ผมจะขอพาเพื่อนๆข้ามไปเที่ยวประเทศลาว โดยการข้ามฝั่งที่เชียงคานครับ ส่วน “ภูทอก” เดี๋ยวกลับมาจะมาเก็บภาพให้อีกทีครับ

ซึ่งการจะข้ามไปเที่ยวฝั่งลาว สามารถเข้าไปทำหนังสือผ่านแดน ไทย-ลาว ได้ที่ว่าการอำเภอเชียงคาน ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับด่านศุลกากร จุดข้ามเรือนั่นแหล่ะครับ โดยใช้เอกสารเป็นบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวในการยื่นทำเอกสารครับ

เมื่อทำเอกสารเสร็จก็ฝากรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่กองร้อยในที่ว่าการอำเภอเชียงคานได้เลยครับ ซึ่งก็เสียค่าฝากคันละ 50 บาท จากนั้นพวกผมก็เดินไปเตรียมตัวรอข้ามฝั่งที่ด่านศุลกากรเชียงคาน โดยสามารถข้ามไปเที่ยวได้ 3 วัน 2 คืน ครับ

สำหรับค่าโดยสารเรือข้ามไปยังลาวจะเสียคนละ 60 บาท ซึ่งเป็นเรือที่นั่งได้น่าจะร่วมๆ 20 คนได้สบายๆ แต่วันที่พวกเราไปกันฝนตก จึงไม่ค่อยมีคนข้ามไปครับ ซึ่งในทริปนี้พวกเราได้เจอคนไทยที่ข้ามไปเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ก็เลยได้มีโอกาสได้คุยกันและตัดสินใจไปเที่ยวด้วยกันครับ

เมื่อข้ามฝั่งมาถึงประเทศลาว ก็อย่ารีบเดินไปไหนหล่ะ เข้าไปยื่นเอกสารอะไรให้เรียบร้อยก่อนครับ เดี๋ยวจะไม่ได้กลับละยุ่งเลย

จุดที่พวกเราข้ามมาคือ เมืองสานะคาม หรือ ชนะคาม ซึ่งต้องบอกตรงๆว่าพวกเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันมาเลย นอกจากหาอ่านจาก Google มานิดๆหน่อยๆจากที่คนไทยเคยเขียนรีวิวเอาไว้ ซึ่งงานนี้พวกเราทีมไทยทัวร์ทั้งหมดเลยต้องอาศัยการเหมาตุ๊กๆ หรือ สกายแล็ป เพื่อพาเราเที่ยว ซึ่งพี่เขาก็คิดไม่แพงครับ 500 บาท คือพาพวกเราเที่ยวและพามาส่งกลับในวันพรุ่งนี้เช้าครับ

ที่เมืองสานะคาม หากจะให้ดูๆก็มีอารมณ์คล้ายๆบ้านผมที่เชียงใหม่แถวๆรอบนอกย้อนไปเมื่อราว 10 – 20 ปีก่อนครับ มาแล้วก็ทำให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆเหมือนกันครับ พวกผมข้ามมาอาจจะเกือบเย็นๆ โรงเรียนน่าจะเลิกพอดีเห็นเด็กๆที่นี่ปั่นจักรยานกันไปเรียนดูสนุกสนานกันดีทีเดียวเลยครับ

จัดแจงไปหาที่พักกันก่อนครับป้องกันไม่มีที่หลับที่นอน อาศัยพี่สกายแล็ปพาไปครับ ชื่อโรงแรม Sone Savan Guest House (ต้องขอโทษจริงๆอ่านภาษาลาวไม่ออกจริงๆครับ) ซึ่งถือว่าเป็นโรงแรมที่เท่าที่ดูน่าจะดูดีที่สุดใน เมืองสานะคาม แล้วครับ ซึ่งราคาก็ถือว่าไม่แพงนะครับ ห้องละ 400 บาท ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ

จากนั้นก็ต้องออกไปหาอะไรกินกันครับ เพราะเริ่มเย็นแล้ว โดยพี่สกายแล็ปได้พาพวกเรามากินข้าวที่ริมโขง ซึ่งต้องบอกอีกแล้วครับว่าร้านนี้ก็น่าจะดูดีสุดในละแวกนี้ครับ ชื่อร้าน “นิกิตา” NIKITA ซึ่งเวลาจะสั่งอะไรก็ต้องพยายามสะกดอ่านเอา หรือ ถามพนักงานของร้านครับ ซึ่งราคาที่นี่ไม่แพงเลยครับหากเทียบกับร้านอาหารไทยที่เชียงคาน ที่นี่ก็ถือว่าถูกกว่าครับ โดยเฉพาะ “เบียร์ลาว” ที่ถูกกว่ากินที่เชียงคานมากๆครับ

พนักงานที่นี่มีชุดแต่งกายของร้านด้วย ซึ่งก็ดูมีเอกลักษณ์ดีครับ ต้องบอกเลยเด็กที่นี่ทำงานตั้งแต่อายุน้อยๆครับ 14 – 15 เขาก็ทำงานกันแล้วครับ

ระหว่างรออาหารผมก็เลยถือโอกาสเดินๆไปเที่ยววัดใกล้ๆร้านอาหาร ซึ่งชื่อผมขอไม่อ่านละกันครับกลัวอ่านผิด ดูชื่อจากในรูปเอาละกันครับ ซึ่งพระเจดีย์หรืออุโบสถของที่ เมืองสานะคาม บางอย่างก็ดูคล้ายๆบ้านเรา แต่บางอย่างก็ดูแตกต่างกันครับ ก็สวยงามไปอีกแบบครับ

เดินผ่านร้านอาหารตามสั่งข้างทาง ก็สนุกดีครับกับการพยายามอ่านเมนูอาหารว่ามีอะไรบ้าง

กลับมาที่ร้านแล้วผมเองก็ยังขอให้น้องพนักงานในร้านพาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวแถวนั้นสักหน่อย หากไม่เกรงใจจะขอยืมมอเตอร์ไซค์ซะเลย 555

วันนี้พวกเราทีมไทยทัวร์ก็คงไม่ได้ไปเที่ยวไหน ก็เลยนั่งกินกันเต็มที่ที่ร้าน นิกิตา พอตกดึกก็ออกไปหาร้านรอบนอกนั่งกินอีกร้าน ซึ่งเป็นร้านเล็กๆได้อารมณ์เหมือนร้านตามแถบชานเมืองในบ้านเราครับ ซึ่งก็ได้อารมร์และบรรยากาศไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกันครับ เมื่ออิ่มหนำได้ที่ก็ให้พี่สกายแล็ปพาส่งกลับโรงแรมพักผ่อนครับ

พวกเราตื่นแต่เช้าครับเพราะนัดพี่สกายแล็ปไว้ 7 โมงเพื่อไปเที่ยวในจุดที่พี่เขาจะพาพวกเราไปครับ เพราะต้องรีบไปขึ้นเรือเพื่อรีบขี่มอเตอร์ไซค์กลับเชียงใหม่ครับ ไม่อยากให้ต้องขี่กลางคืนยาวๆอันตรายครับ

ส่วนมากที่เมืองสานะคาม จะสามารถแวะเที่ยวได้ก็จะเป็นวัด เพราะจุดอื่นๆก็ไม่ค่อยมีอะไรครับ ซึ่งผมว่าเมืองสานะคาม เป็นจุดที่เรามาเที่ยวเพื่อดูวิถีชาวบ้านที่นี่ มากกว่ามาหาแหล่งท่องเที่ยวครับ ซึ่งพวกนั้นอาจจะต้องเข้าไป วังเวียง หรือ เวียงจันทร์ น่าจะตอบโจทย์มากกว่า

พวกเราก็มีโอกาสได้เข้าไปดูชาวบ้านกำลังต่อเรือเพื่อแข่งเรือในตอนออกพรรษา การประกอบไม่ได้ง่ายๆต้องปราณีตทีเดียวครับ

เมื่อเที่ยวเสร็จก็มารอนั่งเรือข้ามฟากกลับฝั่งไทยครับ ต้องขอบคุณพี่ๆคนไทยที่เราไปเจอกันที่ลาวด้วยครับ ที่ทำให้ทริปนี้สนุกขึ้นมาอีกมากเลยครับ ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันอีกครับ

โชคดีที่วันนี้อากาศดีครับฝนไม่ตก แต่ด้วยฝนตกเมื่อวานจึงทำให้เห็นมีหมอกในหลายจุด ซึ่งแน่นอนพวกเราก็เลยไปจุดที่ต้องไปให้ได้นั่นก็คือ “ภูทอก” ซึ่งในวันนี้มีรถให้บริการเยอะครับ เพราะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะเลยครับ โดยคิดค่าบริการคนละ 25 บาท ในการขึ้นไปยังภูทอก (ไม่อนุญาติให้เอารถส่วนตัวขึ้น) ซึ่งเป็นเส้นทางที่แคบและค่อนข้างชันทีเดียวครับ

บนภูทอกหากช่วงอากาศดีๆจะมีทะเลหมอกให้ได้เห็นปกคลุมตัวเมืองเชียงคานสวยงามมากๆครับ แต่หากช่วงที่ไม่มีหมอกก็จะเห็นวิวตัวเมืองเชียงคาน พร้อมกับน้ำโขงที่งดงามเช่นกันครับ ต้องบอกเลยว่าใครมาเชียงคานแล้วไม่ได้ขึ้นมาบนภูทอก มาไม่ถึงเชียงคานครับ

ก็ถือว่าจบทริปไปเรียบร้อยครับกับการขี่มอเตอร์ไซค์ตะลุย “เชียงคาน” จังหวัด “เลย” ซึ่งก็ทำให้เราได้ประทับใจทั้งการท่องเที่ยวในเชียงคานและการได้มีโอกาสข้ามไปเที่ยวเมืองสานะคาม ประเทศลาว ประทับใจจริงๆครับ หากเพื่อนๆมีเวลาว่างวันหยุด 1-2 วัน ลองหาโอกาสมาเที่ยวเก็บเกี่ยวความประทับใจที่นี่นะครับ ไว้คราวหน้าผมไปเที่ยวไหนอีกไว้ติดตามครับ…

Comments

comments