ขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 2,000 กิโล เพื่อไปชม motoGP ครั้งแรกในประเทศไทย – Part 2

จากที่เดินทางเพื่อจะไปชมโมโตจีพีที่บุรีรัมย์โดยเดินทางมาจาก เชียงใหม่ แล้วก็แวะเข้ามาที่กรุงเทพก่อน (ติดตามได้ใน Part I) ถือว่าเป็นความสุขเล็กๆที่ได้เข้าไปร่วมงาน Meet & Greet นักแข่งโมโตจีพียามาฮ่า ที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับนักแข่งที่ชื่นชอบในระยะห่างแค่ไม่กี่ช่วงตัว ซึ่งถือว่าได้ใกล้ชิดมากกว่าหลายๆครั้งที่ผมเคยมีโอกาสไปทำข่าวด้วยซ้ำไป ต้องขอบคุณทางยามาฮ่าที่ได้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้เพื่อแฟนคลับชาวไทยครับ

ซึ่งก็ถือว่าจบไปกับกิจกรรมที่ผมได้ขี่รถเข้ามาร่วมที่กรุงเทพ เพื่ออยากเจอรอสซี่ก่อนการแข่งโมโตจีพี และก็ได้เวลาที่จะเดินทางต่อไปยังบุรีรัมย์แล้ว แต่ก็ยังคงต้องซุกหัวนอนอยู่กรุงเทพอีกคืนก่อนเดินทางต่อในพรุ่งนี้เช้าครับ

วันนี้ผมมีเวลาทั้งวันในการเดินทางจาก กรุงเทพไปบุรีรีมย์ ซึ่งมีระยะทางราวๆ 400 กิโลเมตร โดยผมออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพราะไม่อยากเจอรถติดในกรุงเทพ เข็ดตั้งแต่ขามาจากเชียงใหม่ ขี่รถมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพนี่ไม่สนุกเอาซะเลย แต่เส้นทางจากกรุงเทพไปบุรีรัมย์เนี่ย หากวิ่งด้วยรถเล็กๆแบบนี้เป็นอะไรที่ทำเอาง่วงมากๆครับ ขี่ผ่านเส้นทางนี้กี่รอบต่อกี่รอบก็เล่นเอาง่วงครับ หากเป็นรถที่ใหญ่ขึ้นสัก 300 ซีซี ขึ้นไปก็น่าจะสนุกขึ้นได้อีกมากครับ แต่ก็มีจุดสวยๆที่เวลาขี่รถผ่านแล้วดูสวยดีก็ตรงอุโมงค์ครับ

เนื่องจากผมเดินทางล่วงหน้ามาก่อนวันจัดงานโมโตจีพี 1 วัน สิ่งที่ผมเห็นก็คือรถที่โล่ง ไม่มีกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ที่ขี่มากันในวันนี้มากนัก เพราะส่วนมากเท่าที่ผมสอบถามคนที่จะมาร่วมงานโมโตจีพีส่วนมากจะเดินทางวันที่ 5 และ 6 กันแทบทั้งนั้น ผมเดินทางมาวันที่ 4 เลยแอบรู้สึกเหงาๆพอสมควร

บ่ายๆพวกผมก็มาถึงบุรีรัมย์ อันดับแรกเลยก็คือเข้าที่พักที่จองไว้ ซึ่งต้องบอกตรงๆเลยว่าในการแข่งขัน motoGP โรงแรมแต่ละแห่งส่วนมากแล้วเต็มหมดครับ ใครที่หวังจะขี่รถมาแล้วมาหาที่พักที่บุรีรัมย์ต้องบอกเลยว่าต้องอาศัยดวงจริงๆครับ ขนาดสื่อมวลชลที่มากับทางค่ายรถยังต้องได้ไปพักจังหวัดสุรินทร์ และ ไปพักที่เขาใหญ่เลยก็มีครับ ซึ่งโชคดีที่เราได้จองบ้านพักที่เจ้าของบ้านได้เปิดให้เช่าบ้านเป็นหลัง ซึ่งมีค่อนข้างเยอะที่ได้นำบ้านมาให้เช่าแบบนี้ครับ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมมองว่าคุ้มกว่าไปนอนโรงแรมพอสมควร แถมเป็นส่วนตัวมากกว่าอีกด้วย motoGP ครั้งต่อไปใครจะมาเที่ยวผมแนะนำพักแบบนี้เลยครับ

วันนี้ผมยังไม่เข้าไปที่สนามช้าง เพราะงานเริ่มพรุ่งนี้ วันนี้เลยเป็นวันพักผ่อน ตกเย็นก็ได้สอบถามจากคนบุรีรัมย์ว่าอยากหาอะไรทานอร่อยๆสักมื้อ ซึ่งตกลงกับเพื่อนว่าวันนี้จะกิน “หมูกะทะ” ซึ่งก็มีคนแนะนำให้ไปที่ร้าน “ตี๋ อิ่มไม่อั้น” ระหว่างทางก็เห็นป้ายงาน motoGP เต็มไปหมดแทบทุกแยก ทำให้อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจัง แต่ตอนนี้หิวไปกินหมูกะทะก่อนละกันจะได้ไปพักแล้วเข้าไปดูโมโตจีพีในวันพรุ่งนี้

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันแรกของการแข่งขันโมโตจีพี พวกผมออกจากที่พักตั้งแต่เช้าครับ เพราะอยากไปเก็บบรรยากาศต่างๆให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่เดินผ่านประตูเข้างานมา สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้แตกต่างจากตอนไปดูแข่งโมโตจีพีที่ต่างประเทศก็คือ ได้เห็นคนไทยที่ชื่นชอบความเร็ว ชอบการแข่งขันโมโตจีพี เดินสายกันเข้ามาในงานอย่างล้นหลาม ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันแรกแต่ก็พอรู้สึกได้ถึงจำนวนคนที่เข้ามาเที่ยวในงานมากทีเดียว

และผมก็ต้องอึ้ง!!! เมื่อได้มาเห็นรถรับส่งคนที่มาชมการแข่งขันโมโตจีพี มันคือ “รถอีแต๋น” ที่มีการตกแต่งประดับประดามาเป็นรถรับส่งผู้ชม เห้ย!!! คิดได้ไง ไอเดียโครตบรรเจิด สำหรับผมคิดแบบนี้นะ อาจจะมีคนคิดเห็นไม่ตรงกันกับผมก็ได้ แต่ส่วนตัวผมมองว่านี่คือการนำเอาของที่มีในพื้นที่ มาใช้ประโยชน์ได้จริง และทุกคนได้ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจกันในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งงานนี้ผมเองต้องขอนั่งเลยครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าคนที่มาชมการแข่งขันโมโตจีพีที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์ แล้วไม่ได้นั่งรถอีแต๋น เหมือนคุณมาไม่ถึงงานโมโตจีพียังไงไม่รู้ครับ

ซึ่งในวันนี้ผมมีความตั้งใจจะพาเพื่อนๆเดินเที่ยวภายในส่วนของบูธต่างๆที่เข้ามาจัดกันในครั้งนี้ครับ ก็จะขอเก็บบรรยากาศรวมๆมาให้ละกันนะครับ เพราะหากจะถ่ายมาให้ชมทุกบูธผมว่าอีก 10 Part ก็คงไม่จบสักที โดยที่เมื่อผมเข้ามาในโซน Expo ก็แวะมาในโซนของ Yamaha GP Refresh ก่อนเลย เพราะไหนๆก็ขี่รถยามาฮ่ามาก็เลยเอาหมวกกันน็อคมาฝากที่นี่เลย เพราะมีบริการรับฝากหมวกฟรีด้วยครับ

ในส่วนของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ก็มาออกบูธกันหลายค่ายเลยครับ ใครเล็งรถรุ่นไหน อยากเห็นรถรุ่นไหน ก็สามารถมาดูได้ในงานแข่งโมโตจีพีได้เลย

ในโซนของกินก็มีให้เลือกเพียบครับ ทั้งข้าวหรือของกินเล่นเลือกสรรได้เต็มที่ครับ

ในส่วนของอุปกรณ์มอเตอร์ไซค์ หรือเครื่องแต่งกายเองก็มีมาให้เลือกอย่างเต็มอิ่มจริงๆครับ

และที่ขาดไม่ได้ พริตตี้ ก็มามาเพียบเช่นกัน กดถ่ายรูปกันจนชัตเตอร์แทบพังครับ

ซึ่งในวันนี้ผมขอเรียกว่าเป็นวันลองไฟ ก็ถือว่าแค่ผมเดินเที่ยวไปตามบูธต่างๆก็ใช้เวลาแทบทั้งวันแล้วครับ งานนี้มาแล้วมาทั้งทีต้องเดินเที่ยวให้คุ้มครับ เพราะเหลือเวลาอีก 2 วันผมคงใช้เวลาหลักๆอยู่กับการนั่งชมโมโตจีพีมากกว่าครับ เอาไว้ตามกันต่อใน Part III นะครับว่าผมได้อะไรจากการขี่รถไป-กลับมากกว่า 2,000 กิโล เพื่อมาดูการแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกในประเทศไทย ที่บุรีรัมย์ครับ

Comments

comments