ระเบียบขนส่งใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว โทษหนักสูงสุดถึงจำคุก!!

แต่ละวันเราจะพบว่ามีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจรจำนวนมากเพียงเพื่อให้ตัวเองสะดวกสบาย แต่ผู้อื่นอาจได้รับความเดือดร้อน และเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการควบคุม ดูแล และลงโทษผู้ที่กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้ออกระเบียบว่าด้วยการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2561 เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการป้องกันการฝ่าฝืนหรือละเมิดกฎหมายจราจรอย่างเด็ดขาด

สาระสำคัญของระเบียบดังกล่าว คือ การเพิ่มโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีทั้งความผิดทั่วไป ความผิดที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ และความผิดร้ายแรง โดยแบ่งโทษออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่โทษปรับ อบรม พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

กลุ่มความผิดทั่วไป
1) กระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล หรือกระทำการลามกขณะขับรถ
2) สูบบุหรี่ขณะเป็นผู้ที่ขับรถ
3) ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์พกพาในขณะขับรถ โดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา
4) ไม่ใช้อุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (ปลดหรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ แหล่งจ่ายพลังงานหรือสัญญาณ หรือดัดแปลงให้ไม่สามารถส่งข้อมูลการเดินทางของรถได้)
5) ขับรถในเวลาที่ร่างกายหรือจิตใจหย่อนสมรรถภาพ
6) รับบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ระเบิด หรือวัตถุอันตราย โดยฝ่าฝืนข้อห้าม
7) ไม่หยุดหรือจอดรถ ณ สถานีขนส่ง
8) ขับรถเกินกว่าชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนด
9) กระทำการใด ๆ ให้ผู้โดยสารซึ่งชำระค่าโดยสารถูกต้องแล้วต้องลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง
10) ไม่หยุดรถเพื่อรับหรือส่งผู้โดยสาร ณ ที่ที่มีเครื่องหมายให้หยุดรถ
11) ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควร
12) เรียกเก็บค่าขนส่งหรือค่าบริการผิดไปจากอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

หากทำผิดครั้งที่ 1 จะถูกปรับและอบรม
ครั้งที่ 2 จะถูกปรับ พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน และอบรม
ครั้งที่ 3 จะถูกปรับ พักใช้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน และอบรม
โดยโทษปรับนั้น จะปรับไม่เกิน 5,000 บาท

กลุ่มความผิดที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ
1) ทำการขนส่ง เช่นเดียวกับ หรือคล้าย หรือแย่งผลประโยชน์ กับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง (เฉพาะกรณีผู้ขับรถเป็นบุคคลเดียวกับผู้ประกอบการขนส่ง)
2) ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถ (ไม่ล็อกอุปกรณ์ยึดตู้บรรทุกสินค้า ไม่ล็อกอุปกรณ์ต่อพ่วง)
3) ไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณ เมื่อจำเป็นต้องจอดรถในทางเดินหรือไหล่ทาง
4) บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งผู้โดยสาร
5) ขับรถด้วยอัตราความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
6) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว
7) ขับรถโดยก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือตามสมควร

ข้อ 1) หากเป็นความผิดครั้งที่ 1 จะถูกปรับและอบรม
ครั้งที่ 2 จะถูกปรับ พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน และอบรม
ครั้งที่ 3 ปรับและเพิกถอนใบอนุญาต
โดยโทษปรับนั้นจะปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 200,000 บาท

ข้อ 2) – 7) หากเป็นความผิดครั้งที่ 1 จะถูกปรับและอบรม
ครั้งที่ 2 จะถูกปรับ พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน และอบรม
ครั้งที่ 3 ปรับและเพิกถอนใบอนุญาต
โดยโทษปรับนั้นจะปรับไม่เกิน 5,000 บาท

กลุ่มความผิดร้ายแรง
1) เสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นขณะเป็นผู้ขับรถ
2) เสพยาเสพติดให้โทษขณะเป็นผู้ขับรถ
3) เสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทขณะเป็นผู้ขับรถ
4) ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (ใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณความถี่วิทยุ ทำให้ไม่สามารถส่งข้อมูลการเดินทางของรถได้)

ข้อ 1) หากเป็นความผิดครั้งที่ 1 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 30 วัน
ครั้งที่ 2 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 60 วัน
ครั้งที่ 3 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
และต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยข้อหาความผิดมีโทษจำคุก ต้องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ข้อ 2) – 3) หากเป็นความผิดครั้งที่ 1 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 30 วัน
ครั้งที่ 2 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 60 วัน
ครั้งที่ 3 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
และต้องระวางโทษสูงกว่ากฎหมายที่ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกำหนดอีกหนึ่งในสาม โดยข้อหาความผิดมีโทษจำคุก ต้องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ข้อ 4) หากเป็นความผิดครั้งที่ 1 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 30 วัน
ครั้งที่ 2 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 60 วัน
ครั้งที่ 3 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
โดยโทษปรับนั้นจะปรับไม่เกิน 5,000 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องร่วมด้วยช่วยกันปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเต็มใจ เพราะความประมาทเพียงนิด อาจทำให้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือทรัพย์สินเสียหายได้

อ่านรายละเอียด http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/334/T_0001.PDF

ข้อมูลจาก : CM108.com

Comments

comments