รีวิว&ทดสอบ GPX Demon 150 GN กับรถ Naked bike ขอบ 14 นิ้ว Beats of street

สวัสดีครับเพื่อนๆ มาตามสัญญาแล้วกับการรีวิวรถจากทางค่าย GPX กับรถแบรนด์ไทยในสไตล์ Naked bike ล้อขอบ 14 นิ้ว หลังจากที่ผมได้ รีวิวและทดสอบ GPX Gentleman Racer 200 ไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็มาถึงคิวของ GPX Demon 150 GN โฉมใหม่กันสักที หลังจากที่ได้ออกมาเอาใจคนที่ชื่อนชอบรถ minibike มานานพอสมควร ตอนนี้ก็ได้มีการปรับปรุงหลายอย่างมาในโฉมใหม่ล่าสุดนี้ครับ

จะว่าไปแล้วนั้น GPX Demon 150 GN มันจะเป็นรถที่ก้ำกึ่งระหว่างคำว่า minibike กับรถ Naked bike ทั่วๆไปขอบ 17 นิ้ว เพราะ GPX Demon 150 GN เป็นขอบ 14 นิ้ว มันจึงทำให้ทั้งคนที่ชอบรถในแบบ minibike และคนที่ชอบความคล่องตัวของรถ naked bike ขอบ 14 นิ้วแบบนี้ครับ มันจึงเป็นรถที่ออกมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดจุดนี้ในท้องตลาดจริงๆครับ

ในด้านการออกแบบต้องบอกเลยว่า GPX Demon 150 GN เป็นรถที่ออกแบบได้โฉบเฉี่ยว เร้าใจ ทันสมัย ให้อารมณ์ที่ดุดันมากกว่าสุขุม ให้อารมณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ฉับไว มากกว่าขี่กินลมชมวิวไปแบบช้าๆ (แต่หากชอบขี่หล่อๆก็ไม่ว่ากัน)

ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ให้อารมณ์ที่ดูดุดันขึ้น และได้มีการติดตั้งไฟ Daylight มาให้ในตัวโคมเรียบร้อย ซึ่งต้องยกนิ้วให้ครับ เพราะส่วนตัวมองว่าหล่อมากครับ

โครงรถเป็นแบบโครงถัก ไม่ใช่แค่ดูเท่ แต่มันยังให้ความแข็งแรงที่ดีเยี่ยมด้วย แฟริ่งดีไซน์ที่ดูลงตัว พร้อมกับกราฟฟิคลายใหม่ King Of Minibike ดูโฉบเฉี่ยวและดูลงตัวมากๆ ถังน้ำมันมีความจุ 8 ลิตร สวิตซ์กุญแจอยู่ช่วงระหว่างคอรถกับถังน้ำมัน แอบอยากได้ตัวสวิตซ์ที่ดูดีกว่านี้อีกหน่อยจะแจ่มมากครับ

เบาะเป็นเบาะแบบ 2 ตอน มองเผินๆอาจจะดูเล็ก แต่แอดมินลองเอาคนซ้อนแล้วก็ถือว่าซ้อนได้ไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก แต่ก็ไม่ได้สบายเท่ารถในขนาดปกติครับ สามารถพาคนซ้อนไปออกทริปได้สบายครับ

เรือนไมล์เป็นแบบดิจิตอล ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี ที่มีการแสดงผลต่างๆได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น วัดรอบ , ความเร็ว , เกียร์ , เวลา , ระยะทาง , ทริป และระดับน้ำมัน และมีช่องเสียบ USB มาให้เพื่อการใช้เป็น Power Socket เสียบอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคต่างๆ และในด้านแฮนด์ก็เป็นแบบแฮนด์อ้วน ไม่ต้องไปหาของแต่งมาใส่ให้เสียเวลาครับ

โช้คหน้าเป็นแบบหัวกลับ Upside down ของ Kayaba ซึ่งมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดิสก์เบรคแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว พร้อมสวิงอาร์มขึ้นรูปสวยงาม เบรกหลังเป็นแบบดิสก์เบรกแบบ 1 ลูกสูบ

ล้อเป็นล้อแม็คขนาด 14 นิ้ว รัดด้วยยางของ IRC ยางหน้าขนาด 120/70-14″ และยางหลังขนาด 140/70-14″ มั่นใจได้แน่นอนครับ

ในด้านเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ SOHC สูบเดียว ขนาด 149 ซีซี โดยในการปรับโฉมใหม่ได้เพิ่มมาให้อีก 1 เกียร์ จาก 5 เกียร์ กลายเป็น 6 เกียร์ ถูกใจหลายๆคนแน่นอนครับ

ผมได้ทดสอบในเชียงใหม่ 3-4 วัน เพื่อทดสอบการใช้งานในเมือง ก่อนเอาไปทดสอบเดินทางไกลเพื่อทดสอบการขี่แบบซัดยาวๆ โดยได้เดินทางจาก เชียงใหม่ ไปกลับ ลำปาง ด้วยการซัดแทบหมดปลอกตลอดเส้นทางครับ

จากการได้คล่อมรถต้องบอกเลยว่าถึงจะเป็นรถ Naked bike ขอบ 14 นิ้ว แต่ท่าทางการขับขี่ก็ถือว่าทำได้ดี ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร อาจจะไม่ได้ดูใหญ่มีพื้นที่เหลือๆเหมือนรถ Naked bike ขอบ 17 นิ้ว แต่ก็ถือว่าออกแบบมาเพื่อสรีระของคนเอเชียอย่างเราๆขี่ได้สนุกทีเดียวครับ รถไม่ได้สูงมากนั่งคล่อมได้เต็มเท้า คนตัวเล็กๆขี่ได้สบายครับ

เมื่อเอาไปขับขี่พบว่าเป็นรถที่คล่องตัว การขับขี่ในเมืองคล่องตัวมาก และเมื่อยามเอาไปเดินทางไกล เล่นโค้งด้วยความเร็วสูง หรือเมื่อต้องมีการพลิกตัวเร็วๆในโค้ง พบว่าท่าทางการขับขี่ก็สามารถทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากการขี่รถ Naked bike ขอบล้อ 17 นิ้วเลยครับ

ช่วงล่างที่ให้มานั้นหากขับขี่ทั่วๆไปอาจจะมีแอบรู้สึกแข็งและมีแรงกระแทกส่งขึ้นมาถึงตัวผู้ขับขี่หน่อยๆ แต่มันจะไปส่งผลดีในยามที่เอาไปเล่นโค้งที่จะทำให้ไม่ยวบย้วย บวกกับยาง IRC ที่ให้มาจึงทำให้สามารถเอาไปขี่เล่นโค้งได้ค่อนข้างมั่นใจได้ครับ

ระบบเบรกเองก็มั่นใจได้ เบรกสั่งได้ดังใจ ส่วนเบรกหลังเบรกใช้งานได้ดีมาก หากกดแรงไป ล้อหยุดล็อคเลยครับ ดังนั้นต้องใช้แรงให้เหมาะสมครับ

สำหรับเครื่องยนต์จากการปรับเป็นแบบ 6 เกียร์ แน่นอนความรู้สึกในการขับขี่ผมรู้สึกได้ถึงความสนุกที่เพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถลากได้ยาวขึ้นทุกเกียร์ ถึงแม้ในช่วงเกียร์ 1-3 จะค่อนข้างชิดกว่า 4-6 แต่เมื่อมองโดยรวมแล้วกลับขี่ได้สนุก มีกำลังที่สามารถขี่ขึ้นเขาได้สบาย และเมื่อยามลงเขาเองก็มี Engine Break ที่ดึงได้กำลังดี ซึ่งผมว่าขี่ได้สนุกกว่าตอนเป็น 5 เกียร์พอสมควรเลยครับ

จากการขับขี่ของผมที่น้ำหนักตัว 75 กิโลกรัม รวมของอรกร่วม 5 กิโลกรัม รวมๆแล้วก็ราว 80 กิโลกรัม ทำความเร็ว Top Speed ของเรือนไมล์ติดรถไปได้ 130 กลางๆ ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวครับ

อาการที่ยังคงเจอบ่อยๆสำหรับเครื่องยนต์บล้อคนี้ก็คือเกียร์จะแข็งและถอนเกียร์ยากไปนิด หากเครื่องยนต์อยู่ในรอบต่ำๆ เช่นจอดแล้วถึงมาถอนเกียร์จะยากไปนิด แต่หากเริ่มขี่จนชินและถอนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วก่อนรถจะจอดก็จะทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ

โดยรวมแล้ว GPX Demon 150 GN เป็นรถ Naked bike ล้อขอบ 14 นิ้ว ที่เป็นรถที่ขี่ได้สนุกอีกรุ่นหนึ่งทีเดียว หากใครที่มองว่ารถ minibike ล้อขอบ 12 นิ้วดูเล็กไป หรือ มองว่า Naked bike ล้อขอบ 17 นิ้ว ดูใหญ่ไปหรือไม่ค่อยคล่องตัว GPX Demon 150 GN ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยครับ ด้วยสนนราคา 60,9000 บาท หากใครที่สนใจลองไปดูตัวจริง ลองไปคล่อมดู บางทีคุณอาจจะชอบเหมือนผมก็ได้ครับ ไว้ตอนต่อไปพบกับการรีวิวรถอีกรุ่นที่ทาง GPX ได้ส่งมาให้ทดสอบในครั้งนี้ครับ นั่นก็คือ GPX Razer 220 ไว้เจอกันตอนหน้าครับ

ขอขอบคุณทาง GPX และ บจก.ตรีธวัฒน์ มอเตอร์ไบค์ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ

คลิปวีดีโอรีวิว&ทดสอบ GPX Demon 150 GN โฉมใหม่ 6 เกียร์

Comments

comments