บินเดี่ยวตะลุยเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขงร่วม 3,000 กม. ไปกับ Yamaha Exciter 150 2019 EP.1

เมื่อเข้าสู่ช่วงของฤดูร้อน มันเป็นช่วงที่จะไปไหนมาไหนก็ต้องคิดหนัก เพราะด้วยอากาศที่ร้อนจนบางทีเหมือนแสบเข้าไปถึงข้างในผิว ไบค์เกอร์มากมายจึงใช้เวลาช่วงนี้หลบร้อน นอนตากแอร์อยู่ในบ้าน ซึ่งการขี่รถออกทริปในช่วงนี้บางตาลงไปมากๆ จะกลับมาเยอะก็จะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงจะเริ่มกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ผมจะขอสวนกระแสสักหน่อยจะขอพาเพื่อนๆออกไปเที่ยวกันในช่วงฤดูร้อนแบบนี้ครับ เพราะมันก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไปเที่ยวได้ดีและมีเฉพาะช่วงร้อนๆแบบนี้เลยครับ บางทีเพื่อนๆอาจจะเปลี่ยนใจกระโดดออกจากห้องแอร์แล้วออกควบมอเตอร์ไซค์ออกไปเที่ยวแบบผมบ้างก็ได้ครับ

สำหรับทริปนี้ผมต้องบอกเพื่อนๆเลยว่าผม “บินเดี่ยว” ด้วยการเตรียมแผนการเดินทางร่วม 3,000 กิโลเมตร ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ โดยวางแผนไว้ 7 วัน จึงไปชวนใครไปด้วยไม่ได้ครับ เลยจำเป็นต้องบินเดี่ยว นั่นหมายถึงทุกรูป ทุกท่วงท่า ในการพาเพื่อนๆเที่ยวในครั้งนี้ ผมต้องขี่เองและถ่ายเองทั้งหมดครับ อาจจะสวยบ้างไม่สวยบ้าง แต่มันก็จะสื่อความเป็นจริงในการเดินทางในทริปนี้ให้เพื่อนๆร่วมเดินทางไปกับผมนั่นเองครับ

ทริปนี้เป็นทริปที่เกินกว่าครึ่งทางผมเองยังไม่เคยได้เอามอเตอรไซค์ขี่ไปเส้นทางนี้เลย และมันเป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การไปเที่ยวในช่วงร้อนๆแบบนี้ครับ นั่นก็คือ ทริป “เลาะเลียบแม่น้ำโขง” ไหนๆผมจะไปเส้นทางนี้เลยขอเกริ่นถึง “แม่น้ำโขง” สักหน่อย แม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดมาจากการละลายของน้ำแข็งและหิมะบริเวณที่ราบสูงทิเบตในบริเวณตอนเหนือของประเทศทิเบตและบริเวณมณฑลชิงไห่ของประเทศจีน ไหลผ่านภูเขาและที่ราบสูงในประเทศจีน ผ่านมณฑลยูนนานเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และประเทศไทย บริเวณ “สามเหลี่ยมทองคำ” ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไหลเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ผ่านจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เป็นระยะทาง 1,520 กิโลเมตร แล้วไหลเข้าสู่ สปป.ลาว และกัมพูชา ก่อนไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม รวมความยาวทั้งสิ้น 4,880 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่ทอดตัวยาวมากๆครับ ซึ่งผมเองได้วางแผนขี่เริ่มต้นจาก จ.เชียงใหม่ ไปเริ่มต้นจุดแรกของแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ครับ ผมข้ามจุดสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย เพราะในจุดนั้นไม่ได้ยาวมากนัก และหากผมไปเชียงราย จะเสียเวลาเดินทางที่ไม่เลาะแม่น้ำโขงค่อนข้างไกลมาก เลยมาเริ่มที่ เชียงคาน จะได้วิ่งตามแม่น้ำโขงไปได้ยาวๆครับ

ภาพจาก : mekongrivertoday.com

ผมมีโอกาสได้รับรถ Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 เพื่อมารีวิวพอดี ประจวบเหมาะกับการวางแผนทริปนี้ไว้หลายเดือนแล้ว ก็เลยได้โอกาสเอารถคันนี้ไปทดสอบแบบจัดหนักไปในตัว ทั้งเรื่องการขับขี่ การเจอสภาพอากาศที่ร้อน และแช่ล็อคคันเร่งไกลๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผ่านการขี่แบบนี้ก็ถือว่ารถคันนั้นก็ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ ใครอยากดู รีวิว&ทดสอบ Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 กดเข้าไปดูได้เลยครับ หรือสนใจในรายละเอียดของ Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 ก็เข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ของทางยามาฮ่าได้เช่นกันครับ

จะว่าไปแล้วสำหรับ Yamaha Exciter 150 ผมเองก็มีโอกาสได้ใช้งานในโฉมก่อนหน้านี้อยู่แล้วเป็นการส่วนตัวครับ อย่าเรียกว่าใช้งานทั่วๆไปเลยครับ เพราะผมพาเจ้า Yamaha Exciter 150 ไปเที่ยวมาแทบจะทั่วภาคเหนือแล้วครับ ไม่ใช่แค่บนถนนปกติครับ แต่เรียกได้ว่าไปในทางที่บางครั้ง “รถวิบากยังบอกลำบาก” เลยก็มีครับ นั่นเลยทำให้ผมวาดภาพความสนุกบน Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 นี้ไว้อย่างมากสำหรับทริปยาวๆทริปนี้ครับ

ซึ่งจะว่าไปแล้วหากมองเผินๆกับเจ้า Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 นี้ก็เรียกได้ว่าไม่ได้ค่อยมีความแตกต่างจากตัวเดิมสักเท่าไหร่ (จริงๆแล้วมีเยอะครับ ไว้จะค่อยๆเล่าแทรกๆไปให้นะครับ) ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดเลยก็คือชุดหัวใหม่ยกชุด ออกแบบใหม่หมดครับ ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ LED แบ่งเป็น 3 ช่อง ไฟต่ำด้านข้าง 2 ช่อง และตรงกลางเป็นไฟสูง และเรือนไมล์แบบ Full Digital ที่ให้ข้อมูลการแสดงผลต่างๆมาอย่างครบถ้านครับ ส่วนอื่นๆของตัวรถมองเผินๆอาจจะเหมือนเดิม แต่มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปครับ

มาเรื่องการเดินทางของผมกันต่อครับสำหรับทริปนี้ผมเองต้องวางแผนให้ดีครับ ไม่อยากเดินทางให้เร่งรีบ จะได้มีเวลาแวะเที่ยวจุดต่างๆได้แบบไม่รีบ กับระยะทางร่วม 3,000 กิโลเมตร และในหลายๆจุดผมเองไม่เคยขี่รถไปมาก่อนต้องวางแผนให้รัดกุมครับ นั่นจำเป็นให้ผมต้องอาศัย GPS ช่วยในบางครั้งครับ ผมเลยติดตั้งขายึดโทรศัพท์ไว้กับกระจกข้างขวาไว้เพื่อใช้งานได้สะดวกครับ บางทีเห็นโทรศัพท์โผล่ไปในรูปก็อย่าตกใจว่ามันคืออุปกรณ์อะไรนะครับ

ทริปนี้บินเดี่ยวไม่มีเพื่อนขี่รถตามไปด้วย และไม่มีรถเซอร์วิสดังนั้นผมเองต้องพกของไปเท่าที่จำเป็น หากเอาไปน้อยไปก็ไม่พอใส่ มากไปก็เกะกะนะครับ ก็เลยพกไปแค่กระเป๋าเป้หลังแข็งเพื่อใส่อุปกรณ์ถ่ายรูปและเสื้อผ้าบางส่วน และถุงกันน้ำใส่เสื้อผ้าและของใช้มัดติดท้ายรถไปตลอดทางครับ

เอาหล่ะเราออกเดินทางกันดีกว่า สำหรับวันแรกผมเองต้องเดินทางจาก จังหวัดเชียงใหม่ ไปยัง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเรียกได้ว่าต้องยิงยาวๆราวๆ 500 กิโลเมตรครับ ผมไปบ่อยในเส้นทางนี้ช่วงฝนและหนาว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ขี่มอเตอรืไซค์ไปในช่วงอากาศร้อนๆ ซึ่งไม่แน่ใจเลยว่าหากต้องขี่เจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้ฝ่าอากาศร้อนๆไปด้วยความเร็วสูงตลอดเส้นทางรถจะไหวหรือเปล่า?

เติมน้ำมันเต็มถังก็เริ่มออกเดินทาง ในช่วงแรกๆจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดลำปาง ผมจะขอรันอินเครื่องสักหน่อย เพราะด้วยรถที่ผมได้รับมานั้นเป็นรถใหม่ 0 กิโลออกศูนย์มาหมาดๆ ดังนั้นขอรันอินเครื่องสักนิดหน่อยเพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่และสังเกตุว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก็ขี่ยืนพื้นที่ไม่เกิน 100 กม./ชม. ก็พอให้สนุกได้ในยามเจอโค้งต่างๆ ซึ่งก็อย่างที่ผมพูดมาต้นๆว่าเจ้า Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 นี้มีการปรับอะไรมาพอสมควร เช่น โครงรถมีการปรับมุมคาสเตอร์และระยะเทลใหม่ เบาะสูงขึ้น 15 มม. ทำให้ใต้ท้องเครื่องและพักเท้าสูงขึ้นตาม และยางหน้าขยายเป็นขนาด 90/80 ทำให้อะไรๆดูจะช่วยส่งผลดีในเรื่องฟิลลิ่งการขับขี่ได้อีกมาก ไว้ขี่ไปไกลกว่านี้เจออะไรที่ได้ทดสอบสมรรถนะเต็มที่กว่านี้จะเล่าให้ฟังนะครับ

ในช่วงจากจังหวัดแพร่ไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ จะมีด่านที่ผมต้องแวะประจำเพราะผ่านบ่อยมาก และที่สำคัญผ่านทีไรก็ต้องโดนเรียกจอดตลอด บางครั้งก็จะได้ยินเจ้าหน้าที่ถามว่า “วันนี้ไปทดสอบรถที่ไหนครับ?” เรียกว่าผ่านเส้นทางนี้ซะจนเจ้าหน้าที่บางคนจำได้ ทุกคนน่ารักมากๆครับ ทักทายเป็นกันเองดีครับ

ผมเริ่มใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น เพราะหากขี่แบบนี้ไปเรื่อยๆผมว่าคงถึงเชียงคานค่ำแน่ๆ และเจ้า Yamaha Exciter 150 เองก็คงรันอินมาพอสมควรแล้ว ผมเริ่มค่อยๆไต่ระดับไปเรื่อยๆ จนเรียกว่าแทบขี่ที่ความเร็วสูงสุดและรอบสูงสุดของรถแทบจะตลอดเส้นทางครับ บางทีผมล็อคคันเร่งแช่ยิงยาวร่วม 100 กิโลก็มี ซึ่งรถเองก็ไม่มีอาการอะไรให้น่าเป็นห่วง แรงดีไม่มีตกเช่นเดิม แบบนี้สบายผมละครับ ล็อคยาวๆเลยทีนี้ครับ

ช่วงจากตัวจังหวัดพิษณุโลกไปยังอำเภอนครไทย เส้นทางอำเภอ ทองแสนขัน เป็นเส้นทางที่มีระยะค่อนข้างไกลสำหรับเจ้า Yamaha Exciter 150 ผมต้องขอบอกแบบนี้ เพราะมีระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรครับ จริงๆหากแวะเติมน้ำมันก่อนที่จะเข้าสู่ทางบนเขายาวๆเติมก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมแค่อยากลองดูว่าเจ้า Exciter จะไปได้ถึงหรือไม่ก็เลยเลือกที่จะไม่เติมน้ำมัน แถมยังขี่ซัดกระจายอีก เลยทำให้ระดับน้ำมันที่เรือนไมล์กระพริบ ผมขี่แบบกระพริมมาได้ร่วม 10 กิโล เหลือระยะทางอีกราวๆ 10 กว่ากิโลเมตรก็จะถึงปั๊ม แต่มาเจอปั๊มหยอดเหรียญก่อน เลยขอหยอดเติมไปสัก 20 บาท กันเหนียวครับ ไม่อยากเสี่ยงครับ ซึ่งหากใครที่ใช้ Yamaha Exciter 150 ต้องดูระยะทาง และจุดเติมน้ำมันให้ดีครับ ด้วยถังน้ำมันมีความจุที่ 4.2 ลิตร ขี่แบบกันเหนียวผมแนะนำว่าไม่ควรให้เกิน 120 กิโลก็ควรแวะเติมน้ำมันจะดีกว่าครับ

หลังจากอำเภอนครไทยเติมน้ำมันเสร็จ ก็เดินทางต่อไปยังอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเส้นทางนี้ก็มีจุดให้แวะเที่ยวอยู่เหมือนกันครับ เช่น ภูเรือ เห็นมีรีสอร์ทข้างทางเยอะอยู่ครับ เสียใจทริปนี้ไม่ได้แวะครับ ก่อนเข้าถึงตัวอำเภอเชียงคานมีการทำถนนครับ ซึ่งผมเองก็ลุยรูดไปเลย เพราะจากที่ขี่มาเกือบ 500 กิโลเมตรก็พอรู้ได้ว่า โช้คหน้าของเจ้า Yamaha Exciter 150 โฉมใหม่ 2019 นี้ไม่มีอาการโช้คกระแทกเหมือนในรุ่นแรกๆที่ออกมาขายครับ ดังนั้นเลยขี่รูดยาวเลย เพียงแต่โช้คใหม่อาจจะแอบแข็งๆไปบ้างหากเอาไปขี่ลุยๆแบบนี้ครับ

การเที่ยวช่วงหน้าร้อนแบบนี้มันดีอยู่อย่างหนึ่งครับ เพราะในหลายๆที่นั้นช่วงนี้จะไม่ได้เป็นช่วงหน้าไฮซีซั่น ดังนั้นที่พักหลายๆที่จะราคาถูกลงมากๆ จากห้องพักราคาหลักพันเหลือราคาแค่หลักร้อยครับ ซึ่งเมื่อผมมาถึงเชียงคานผมก็ได้ไปหาที่พักบริเวณ “ตลาดต้องชม” ซึ่งเป็นตลาดถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงครับ ไหนๆมาเที่ยวริมแม่น้ำโขงทั้งที ก็ต้องพักริมน้ำครับ “บ้านสุขนิยม” คือที่พักของผมในคืนนี้ครับ จากราคาคืนละ พันกว่าบาทในช่วงไฮซีซั่น วันนี้ผมได้ห้องพักนี้ในราคาแค่ 650 บาทครับ ซึ่งก็ถือว่าได้ราคาที่สบายกระเป๋ามากทีเดียวครับ

เป็นห้องพักติดริมแม่น้ำโขงครับ ช่วงเย็นๆหากโชคดีเจออากาศดีๆ อาจจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามครับ เสียดายในช่วงวันที่ผมเดินทางเป็นช่วงที่มีฝุ่นควันเยอะเลยไม่ได้เก็บภาพสวยๆมาฝากเลยครับ

สำหรับ บ้านสุขนิยม อยู่ในบริเวณ “ถนนคนเดินเชียงคาน” จึงทำให้ง่ายต่อการเที่ยวที่เชียงคานครับ ซึ่งถนนคนเดินเชียงคานนั้นมีทุกวัน แต่หากเป็นช่วงวันหยุดก็จะมีคนมาเที่ยวกันมากขึ้นครับ อารมณ์ของที่ถนนคนเดินเชียงคานจะใกล้เคียงกับที่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในสมัยเมื่อ 5-10 ปีก่อนครับ จะไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายนักส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเราซะเป็นส่วนมากครับ ทำให้ผมค่อนข้างชอบที่นี่ครับ เพราะให้อารมณ์การเที่ยวเมืองไทยจริงๆครับ

เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปเดินเที่ยว ถนนคนเดินเชียงคาน ก็แล้วกันครับ โดยที่ถนนคนเดินเชียงคานจะเริ่มตั้งแต่ ซอย 5 จนถึงซอย 20 จะเดินเที่ยวก็ได้ หรือ ปั่นจักรยานก็ได้ เพราะเท่าที่ผมสังเกตุดูหลายๆโรงแรมจะมีรถจักรยานไว้ให้ปั่นนะครับ ส่วนผมขอพาเดินเที่ยวแล้วกันครับ

สิ่งที่จะเห็นขายค่อนข้างเยอะที่ถนนคนเดินเชียงคานก็คือ กุ้งย่างเสียบไม้ ตอนแรกผมก็เคยแอบคิดนะว่ามันจะอร่อยเหรอ? แต่บอกได้เลย หลังจากที่ผมได้กินไม้แรกไป หลังจากนั้นกินไม่หยุดเลยครับ ผมต้องแนะนำเลยว่าหากมาเชียงคานไม่ควรพลาดครับ

อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดก็คือ “โรตีกรอบ” ชื่อร้านว่า “โรตีผีตาโขน” ซึ่งผมต้องขอยืนยันเลยว่าอร่อยจริงๆ โรตีกรอบอร่อย สามารถราดนม น้ำตาล ได้ตามใจชอบ ไม่อ้วนงานนี้จะอ้วนงานไหนครับ

เดินเที่ยวมาสักพักผมก็ไปแวะนั่งที่ร้าน “จำ-เลย-รัก” ซึ่งเป็นร้านที่ตกแต่งได้แนวๆดีครับ คลาสสิค วินเทจ ผสมผสานได้สวยงามครับ ซึ่งของอร่อยร้านนี้ก็คือ เฉาก๊วยนมสดครับ อร่อยชื่นใจมากๆครับ

ระยะทางรวมๆของถนนคนเดินเชียงคานน่าจะร่วมๆ 1-2 กม. ครับ ผมว่าค่อนข้างยาวเลย เดินเที่ยวสุดถนนรับรองว่าได้ทั้งของกินแบบเต็มอิ่ม และของฝากเต็มกระเป๋าแน่นอนครับ เอกลักษณ์อีกอย่างของที่นี่ก็คือจะไม่มีถังขยะวางไว้ตามถนนคนเดินครับ อ้าว!!แบบนี้ก็จะสกปรกสิ!! ไม่เลยครับ ผมต้องบอกว่าที่นี่สะอาด ถนนหนทางสะอาด เพราะเขาจะใช้วิธีที่ใครอยากทิ้งขยะ ให้เอาฝากทิ้งกับร้านไหนๆก็ได้ที่ขายของบนถนนคนเดินเชียงคานได้เลย จึงทำให้ไม่มีขยะเรี่ยราดให้เห็นเลยครับ ขอปรบมือให้เลยครับ

ผมเดินเที่ยวกินอะไรไปเรื่อยๆจนเดินแทบไม่ไหว แต่ก็ต้องมาสะดุดกับร้าน ขายน้ำวุ้น ครับ คือจะมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่เอาไปคนในถังไม้ใหญ่ๆ เพื่อให้เครื่องดื่มเป็นวุ้น ต้องบอกเลยอร่อยมาก ใครที่ชื่นชอบเบียร์วุ้นอาจจะชื่นชอบเลยก็ได้ครับ

เดินไปจนทั่วสุดท้ายก็กลับมาที่หน้าที่พัก ซึ่งเป็นร้าน “สุขนิยมคาเฟ่” เป็นร้านที่ผมชอบมานั่งบ่อยๆครับ เพราะมีเครื่องดื่มจากต่างประเทศให้เลือกลิ้มลองมากมายครับ มาบ่อยจนเจ้าของร้านยอมเอาสติ๊กเกอร์ไปแปะไว้ให้ที่ประตูหน้าร้านให้ครับ อีกหน่อยอาจจะเป็นที่ๆใครๆต้องเอาสติ๊กเกอร์กลุ่มของตัวเองไปแปะไว้ที่นี่ก็ได้ หากมาเที่ยวที่เชียงคาน จังหวัดเลยครับ

ขี่รถเหนื่อยมาทั้งวันก็ขอพาเพื่อนๆเที่ยวในวันแรกนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ขอตัวขึ้นไปพักก่อน ไว้ตอนต่อไปเราจะเริ่มเดินทางไปด้วยกันกับเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง ไปกับ Yamaha Exciter 150 กันต่อครับ เดินทางไปด้วยกันกับผมครับ VRthairider เพราะชีวิตคือการเดินทาง ติดตามต่อได้ใน EP.2 ครับ

 

Comments

comments