บินเดี่ยวตะลุยเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขงร่วม 3,000 กม. ไปกับ Yamaha Exciter 150 2019 EP.3

กับการเดินทางในทริป ตะลุยเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง กับ Yamaha Exciter 150 2019 ตอนนี้ก็เข้าสู่ตอนที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางออกจากเชียงใหม่มาพักที่ริมน้ำโขง เชียงคาน จังหวัดเลย (ติดตามการเดินทางใน EP.1) และในตอนที่ 2 ก็เดินทางออกจากเชียงคานแล้วเริ่มเดินทางเลาะเลียบแม่น้ำโขงแวะเที่ยวจุดสวยๆหลายจุดและมาจบที่จังหวัดหนองคาย (ติดตามการเดินทางใน EP.2) ในตอนนี้ก็ต้องออกเดินทางเที่ยวกันต่อไปกับเจ้า Yamaha Exciter 150 ครับเส้นทางยังคงอีกไกลและมีที่น่าเที่ยวอีกเยอะครับ

ก่อนออกเดินทางเช็ครถดูก็วิ่งมาเกือบ 800 กิโลเมตร ซึ่งจากคู่มือรถนั้นรถใหม่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรกที่ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งวันนี้ผมต้องเดินทางอีกไกลเลยอยากจะเปลี่ยนก่อนเพราะอยู่ในโซนอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย หา Yamaha Square คงจะไม่ยากครับ ซึ่งก็ได้ลองดูปริมาณน้ำมันเครื่องด้วยตาเปล่าว่าระยะทางเกือบ 800 กิโลเมตรกับการใช้รอบเครื่องสูงๆ ความเร็วสูงๆ ท่ามกลางอากาศร้อนๆตลอดทางเป็นยังไงบ้าง ซึ่งเท่าที่ดูแล้วปริมาณก็ยังอยู่ในปริมาณที่ไม่แตกต่างจากตอนได้รับรถมาครับ

เปิด GPS ค้นหาศูนย์ Yamaha ซึ่งก็โชคดีที่ไม่ไกลจากที่พักมากนักจากโรงแรม Nongkhai White Hotel มาที่ Yamaha Squard เจียงพาณิชย์ ก็ราวๆ 3-4 กิโลเท่านั้นครับ

ผมน่าจะเป็นลูกค้าคนแรกของวันนั้นเลยก็ได้เพราะมาตั้งแต่ร้านกำลังเปิด พนักงานยังมาไม่ครบด้วยซ้ำไป ก็ไปติดต่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซึ่งงานนี้ผมขอเลือกน้ำมันเครื่องเป็นเกรดที่ดีสักหน่อย เพราะผมต้องวิ่งแช่ยาวๆเลยอยากได้น้ำมันที่ปกป้องอย่างเต็มประสิทธิภาพเลยเลือกใช้ Yamalube RS4GP ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่อง สังเคราะห์แท้ 100% ซึ่งราคาก็จะสูงหน่อย 300 กว่าบาทเท่าๆกับเกรดสังเคราะห์แท้ 100% ตามท้องตลาดครับ

เมื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จก็พร้อมลุยต่อครับเป้าหมายต่อไปก็คือ “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งหากจ่างที่ผมอยู่ราวๆ 120 กิโลเมตรครับ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขี่เลาะเลียบริมแม่น้ำโขงไปเรื่อยๆครับ จากที่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วรถรู้สึกได้ว่ามีอาการที่ดีขึ้นทั้งเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นคล่องตัว และอัตราเร่งที่รู้สึกว่าติดมือดีขึ้นครับ

ระหว่างทางผ่านตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เห็นป้ายข้างทาง “หาดห้วยตะหลุง” เห็นปุ๊บสมองมันก็คิดเลยว่า “มันต้องเป็นหาดทรายริมน้ำโขงแน่ๆ” มือก็จับแฮนด์รถเลี้ยวโดยพลัน ทางเข้าไปก็เป็นทางลาดยางปกติให้ดีใจสักพัก จากนั้นก็เจอกับทางดินให้ได้โยกตัว โยกหัวกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่จะถึง หากห้วยตะหลุง แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวมาพักผ่อน เล่นน้ำกันที่นี่ครับ

จากการสอบถามกับร้านค้าเห็นว่า หาดห้วยตะหลุง จะมีในช่วงหน้าร้อน ช่วงที่มีหาดทรายและช่วงน้ำลดแบบนี้ครับ หากเป็นช่วงน้ำหลากก็จะไม่มี และกลับมาสร้างใหม่ทุกๆปีครับ หากมีเวลามากพอจะโดดลงเล่นเลยครับ หากทรายกว้างๆแบบนี้มาเล่นน้ำคงสนุกมากครับ

เดินทางกันต่อครับ เส้นทางนี้ค่อนข้างร่มรื่นหลายๆจุด ชอบต้นไม้สองข้างทางที่ทำให้ดูสดชื่น ไม่ร้อนครับ ยืนพื้นในช่วง 100 – 120 กม./ชม. ไปเรื่อยๆครับ ด้วยกำลังและอัตราเร่งของเจ้า Yamaha Exciter 150 ที่สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้ดี ยิ่งทำให้การขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้นครับ

และผมก็ขี่มาเพลินๆจนถึง “วัดอาฮงศิลาวาส” จุดที่ต้องแวะครับ เพราะที่นี่คือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” นั่นเองครับ ซึ่งเมื่อขี่เข้าไปก่อนไปชมสะดือแม่น้ำโขง ก็แวะไปไหว้ “ศาลปู่ตา” ซึ่งเป็นจุดที่ควรไปกราบไหว้ขอพรครับ

ป้ายบ้านอาฮง กับป้ายที่มีปลาตัวใหญ่ๆ ก็ไปถ่ายไว้ซะหน่อย ไหนๆก็มาถึงแล้ว

ทำไมถึงต้องเรียกว่า “สะดือแม่น้ำโขง” นั่นก็เพราะว่ามันคือจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง ซึ่งบอกไว้ว่าลึกถึง 200 เมตร โหวววววว!!! ผมเห็นแล้วยังต้องอุทานออกมาครับ 200 เมตรมันลึกมากๆครับ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเผลอว่ายน้ำแล้วจมลงไป จะเจอพญานาคไหมเนี่ย!!

ผมเที่ยวชมแค่จุดชม สะดือแม่น้ำโขง หากมีเวลามากกว่านี้จะเข้าไปเที่ยวชมวัดด้วย แต่ทริปนี้อาจจะยังมีเวลาไม่พอ ก็เลยขอเดิมชมเสพบรรยากาศดีๆริมฝั่งโขงแบบนี้ให้หนำใจก่อนเดินทางต่อดีกว่าครับ

เป้าหมายต่อไปที่ผมวางแผนไว้ก็คือ “วัดภูทอก” ซึ่งต้องเดินทางไปอีกราว 80 กิโลเมตร โดยผมเลือกเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 212 เลาะเลียบริมแม่น้ำโขงไปเรื่อยๆ และเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 3009 ซึ่งเมื่อเข้าไปได้สักพักก็พบว่ามีการทำถนนใหม่ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าทำถนนยาวเลยหลายสิบกิโล ซึ่งเมื่อมานั่งคิดดูแล้วต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อขี่เข้าไป เดินเที่ยวที่วัดภูทอกต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และย้อนกลับออกมาเพื่อเดินทางต่อ ซึ่งคิดว่าจะมืดเอาซะก่อน เลยขอฝากเอาไว้ก่อนสำหรับวัดภูทอก ไว้จะกลับมาพิชิตครับ

วัดภูทอก ภาพจาก http://i-san.tourismthailand.org/968/

เป้าหมายในเย็นนี้ก็คือ “สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน)” จังหวัดนครพนม ซึ่งต้องซัดกันหน่อยเพราะทางตรงๆยาวๆ เรียกได้ว่าล็อคคันเร่งแทบจะตลอดทางกับระยะทางกว่า 150 กิโลครับ เจ้า Yamaha Exciter 150 ก็ถือว่าทำความเร็วได้ดี แรงดีไม่มีตกครับถึงแม้จะล็อคความเร็วยาวๆท่ามกลางอากาศร้อนๆก็ตาม

เมื่อมาถึงจังหวัดนครพนมก็ต้องหาที่พักซะก่อน เพราะอยากไปถ่ายรูป สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 ในตอนกลางคืนครับ ซึ่งที่พักที่นครพนมเองเท่าที่ดูๆมาระหว่างทางถือว่าไม่แพงมากครับ สายเที่ยวหายห่วงได้เลยครับเห็นเรทจะอยู่ช่วง 400 – 800 ซะเป็นส่วนมาก ซึ่งผมเองได้เลือกพักที่ “โรงแรม พัก พิง อิง โขง” ชื่อโรงแรมได้เลยครับ ซึ่งราคาแค่ 490 บาทเท่านั้นครับ

ที่เคยตั้งใจไว้จริงๆสำหรับที่ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) แห่งนี้ก็คืออยากมีโอกาสขี่รถไปจอดถ่ายบนสะพานและขี่ข้ามไปลาวครับ (ถึงจะรู้ว่ามีโอกาสน้อยมาก) ก็เลยเดินทางไปยัง “ด่านพรมแดน นครพนม” เพื่อลองไปสอบถามดูครับ

จากที่ได้เข้าไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ได้คำตอบว่ารถที่จะขี่ข้ามไปได้ต้อง 250 ซีซี ขึ้นไป และ ต้องมาเป็นกลุ่มทัวร์ ข้ามไปคันเดียวไม่ได้ ติดไว้ก่อน(อีกแล้ว) เดี๋ยวไว้พากลุ่มมาใหม่รอบหน้าครับ

ก็เลยต้องไปเก็บภาพ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ในช่วงกลางคืนอย่างที่ตั้งใจไว้แทนครับ ซึ่งบรรยากาศริมโขงยามค่ำคืนแบบนี้มันก็ทำให้ลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางฝ่าแดดแรงๆมาทั้งวันได้ครับ ซึ่งทริปในวันนี้ก็คงต้องจบลงที่นี่ครับ นั่งเสพบรรยากาศสักพักก็กลับไปพักเอาแรงไว้ลุยต่อพรุ่งนี้ครับ

ในตอนหน้ายังคงเหลือเส้นทางอีกยาวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากให้คุณได้มาเที่ยวครับกับเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง ต้องขอบคุณ Yamaha และเจ้า Yamaha Exciter 150 ที่ร่วมเดินทางไปกับผมในทริปนี้ครับ เดินทางไปด้วยกันกับผมในตอนหน้านะครับ VRthairider เพราะชีวิตคือการเดินทาง ติดตามต่อได้ใน EP.4 ครับ

Comments

comments