บินเดี่ยวตะลุยเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขงร่วม 3,000 กม. ไปกับ Yamaha Exciter 150 2019 EP.4

ผ่านมาสู่ตอนที่ 4 แล้วกับการเดินทางในทริปตะลุยเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง กับ Yamaha Exciter 150 2019 ในช่วงหน้าร้อนที่หลายๆคนไม่อยากออกไปเที่ยวที่ไหน แต่ผมยังมองว่ายังมีหลากหลายแห่งมากที่ต้องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ถึงจะมีโอกาสได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวนั้นโผล่ออกมาให้เห็นครับ สำหรับการเดินทางที่ผ่านมาเพื่อนๆสามารถเข้าไปดูย้อนหลังได้นะครับ
– วันแรกที่เดินทางออกจากเชียงใหม่มาพักที่ริมน้ำโขง เชียงคาน จังหวัดเลย (ติดตามการเดินทางใน EP.1)
– ตอนที่ 2 ก็เดินทางออกจากเชียงคานแล้วเริ่มเดินทางเลาะเลียบแม่น้ำโขงแวะเที่ยวจุดสวยๆหลายจุดและมาจบที่จังหวัดหนองคาย (ติดตามการเดินทางใน EP.2)
– ตอนที่ 3 การเดินทางท่องเที่ยวชมหาดทรายที่ริมโขง ชมสะดือแม่น้ำโขงที่ลึกถึง 200 เมตร และมาชมวิวยามเย็นที่สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (ติดตามการเดินทางใน EP.3)

ในวันนี้ผมออกเดินทางออกจาก “โรงแรม พัก พิง อิง โขง” ตั้งแต่เช้า เพราะที่จังหวัดนครพนมเองในตอนเช้าๆก็มีจุดที่สามารถชมแสงพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สาดส่องลงมายังแม่น้ำโขง เป็นแสงสีเหลืองทองที่สวยงามซึ่งหากเพื่อนๆได้มีโอกาสมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนม ก็อย่ามัวแต่นอนจนเพลินนะครับ จุดที่ผมไปก็คือ “หาดทรายทองศรีโคตรบูร” ซึ่งหากมาในช่วงหน้าแล้งจะพบกับหาดทรายที่สะท้อนแสงยามเช้าๆเป็นสีเหลืองทอง

ภาพจาก paiduaykan.com

แต่ช่วงที่ผมไปยังไม่ได้เป็นช่วงแล้งมากนัก น้ำยังถือว่ายังเยอะพอสมควรจึงไม่ได้เก็บภาพหาดทรายสีทองมาให้เพื่อนๆได้ชม แต่แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงบนผืนน้ำนั้นก็สวยงามเหมือนกันครับ โดยในช่วงเช้าๆก็จะได้พบเห็นคนมาปั่นจักรยานกันดูแล้วน่าสนุกดีครับ

เมื่อแดดเริ่มแรงขึ้นและเป็นช่วงที่ผมรอเวลาให้สายๆหน่อย ผมก็ได้เดินทางต่อโดยเดินทางออกจากตัวนครพนมไปราวๆ 10 กิโลเมตร เพื่อเดินทางไปเที่ยวที่ “บ้านลุงโฮจิมินห์” ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

แต่ก่อนจะเข้าไปที่ “บ้านลุงโฮจิมินห์” ผมก็ได้แวะเข้าไปชม “พิพิธภัณฑ์ประธานโฮจิมินห์” ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันก่อนครับ ซึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่คุณจะได้มีโอกาสได้ศึกษาประวัติความเป็นมาต่างๆ เพราะที่นี่ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ และประวัติของโฮจิมินห์ไว้มากมายครับ

เรียกได้ว่ามีให้ชมทั้งรูปภาพต่างๆ รวมไปถึงการจำลองห้องพักของลุงโฮจิมินห์ไว้ให้ได้ชมกันอย่างจุใจจริงๆครับ

เมื่อเดินเที่ยวจนทั่วผมก็ขี่รถไปเที่ยวต่อที่ “บ้านลุงโฮจิมินห์” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ที่ได้มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ที่ครั้งหนึ่ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนามในช่วงระหว่างการทำสงคราม เพื่อเตรียมการ ปฏิวัติสู้กับประเทศฝรั่งเศษครับ

ซึ่งปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาและเป็นสถานที่แสดงประวัติเกี่ยวกับลุงโฮรวมถึงบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และ เรื่องราวการใช้ชีวิตของลุงโฮที่ประเทศไทยโดยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบ้านที่ดูโบราณและยังคงรักษาสภาพต่างๆไว้เป็นอย่างดีครับ

โต๊ะทำงานของลุงโฮจิมินห์ก็แลดูขลังดีครับ ใครที่อยากเสพบรรยากาศเก่าๆ ประวัติศาสตร์เก่าๆ ไม่ควรพลาดที่จะเข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

ผมรู้สึกได้นะว่าคุ้มมากๆที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวที่ “บ้านลุงโฮจิมินห์” และก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจังหวัดมุกดาหารครับ ซึ่งเป็นการเดินทางท่ามกลางอากาศร้อนๆ ไปกว่า 150 กิโลเมตรครับ ซึ่งก็จะผ่าน “พระธาตุพนม” ซึ่งผมก็แวะพักรถสักพักเท่านั้นครับ ไม่ได้แวะเที่ยวเพราะคนค่อนข้างเยอะครับ และรถค่อนข้างติด ยังดีนะที่เจ้า Yamaha Exciter 150 ค่อนข้างที่จะคล่องตัว เลยต้องอาศัยวิธีการมุดไปได้แบบชิลล์ๆสบายเลยงานนี้ หากเอารถใหญ่กว่านี้มาผมคงต้องอยู่กับรถติดร่วมชั่วโมงแน่ๆ

ซึ่งจุดที่ผมต้องเดินทางไปเที่ยวต่อก็คือ “ภูผาเทิบ” ซึ่งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเมื่อมาถึงก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่ทางอุทยานได้กำหนดเอาไว้ครับ ไม่กี่สิบบาท แต่มันคุ้มทุกครั้งที่เข้าไปเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติเสมอๆครับ

“ภูผาเทิบ” เป็นภูผาที่มีหินมาเทิบทับกันไว้ มีกลุ่มหินประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่างๆ วางซ้อนกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้าง และยาวเป็นสวนหินเปรียบเสมือนประติมากรรมธรรมชาติ ซึ่งผมค่อนข้างตื่นตาเพราะในโซนทางภาคเหนือจะไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้ ทำให้ผมเดินเที่ยวไปได้แบบเพลินๆเลยครับ

ทางอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยให้บริการและอธิบายการเข้าไปเที่ยวในจุดต่างๆให้ และไม่พอยังช่วยถ่ายรูปให้ผมด้วย สบายละงานนี้ ซึ่งก็ได้พี่เขาช่วยถ่ายรูปให้สองสามรูปอยู่ครับ

ผมเดินเข้าไปเที่ยวอยู่ร่วมชั่วโมง อากาศถึงจะร้อน แต่ก็มีจุดให้หลบพักจากแสงแดดและไอแดดที่ร้อนระอุได้ ทำให้ผมลืมร้อนไปได้เลยครับ

ก่อนเข้าไปเดินเที่ยวทางเจ้าหน้าที่สอบถามว่าอยากมีรูปและช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับทาง อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ด้วยไหม ใบละ 100 บาท พร้อมเคลือบเรียบร้อย ผมยินดีเลยครับเพราะอย่างน้อยเงินจำนวนนี้ก็จะได้ไปช่วยพัฒนาหรือสนับสนุนทางอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบไม่มากก็น้อย พอกลับออกมาก็มารับรูป แต่…ผมไม่แน่ใจว่าพี่เขารีบหรือเขาทำแบบนี้ทุกรูป ก็คือ คำว่า อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ มันกลับหัว บางคนอาจจะเอาไปเปลี่ยน แต่สำหรับผมมองว่ามันแปลกดี และหากเจ้าหน้าที่ทำให้ผมผิด ผมก็มองว่า มันจะมีแต่ของผมที่แปลกกว่าใคร ^^

ผมเที่ยวเพลินจนบ่ายแก่ๆ วันนี้ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่ได้นอนโซนในเมืองครับ เพราะดูทีท่าแล้วผมอาจจะต้องนอนในเขต อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อำนาจเจริญ เพราะหากจะยิงยาวไปก็ไม่น่าจะมีที่พักอยู่ดี ผมก็เลยขอไปเที่ยวอีกจุดนั่นก็คือ “แก่งคันสูง” ซึ่งอยู่ในเขต อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อำนาจเจริญ นั่นเองครับ

จากอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบมายังแก่งคันสูงไม่ได้ไกลมากราวๆ 40 กิโลเมตรเป็นทางตรงยาวๆ ก็บิดแช่ยาวๆตลอดทางเหมือนกันเจ้า Yamaha Exciter 150 ก็แรงดีไม่มีตกเช่นกันถึงจะเจออากาศร้อนๆในวันนี้ครับ

“แก่งคันสูง” จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนของทุกปี แม่น้ำโขงบริเวณ อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อำนาจเจริญ จะลดต่ำลงจนเห็นโขดหินเกาะแก่งซึ่งอยู่กลางแม่น้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า แก่งคันสูง เกาะแก่งขนาดใหญ่และสายน้ำโขงที่ไหลหลั่งกั้นระหว่างไทยกับ สปป.ลาว เป็นความงดงามทางธรรมชาติที่เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมากครับ คนที่มาเที่ยวก็ค่อนข้างเยอะเลยครับ

หากมาเที่ยวกันเป็นกลุ่มผมว่าน่าจะสนุกมากครับ ลงไปนั่งในกระต๊อบและลงเล่นน้ำกัน ผมว่ามันจะสนุกทีเดียวครับ

ผมต้องหาที่พักที่ อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อำนาจเจริญ นี่แหล่ะครับเพราะหากเดินทางต่อน่าจะเจอมืดระหว่างทาง หรือจะเจอที่พักหรือไม่ก็ไม่รู้ ก็เลยหาที่พักแถวนี้ดูครับ ซึ่งใน อำเภอ ชานุมาน ที่พักเองถือว่ามีไม่เยอะครับ เท่าที่ผมเห็นสองข้างทางมีไม่กี่ที่ แต่ผมพยายามหาที่พักที่อยู่ริมน้ำโขงเป็นหลัก ก็เลยได้ที่พักที่ “เคียงของรีสอร์ท” ซึ่งต้องบอกว่าเป็นที่พักริมน้ำโขงเลยครับ แต่ในช่วงที่ผมไปกำลังมีการทำถนนก็เลยต้องเอาเจ้า Yamaha Exciter 150 ลุยทางฝุ่นเข้าไปครับ

ที่พักก็ถือว่าค่อยข้างสะดวกสบาย แยกเป็นหลังส่วนตัวดีครับ ราคาเริ่มต้นที่ 400 บาทเท่านั้นครับ สามารถเดินลงไปชมวิวริมโขงได้สบายเลยครับ

ก่อนเข้ามาที่พักผมได้เห็นป้ายร้านหมูกะทะอยู่ เล็งไว้แล้วว่าวันนี้ร้านนี้แหล่ะจะเป็นที่อิ่มอร่อยของผมในคืนนี้ เพื่อเติมพลังไว้ลุยต่อในวันพรุ่งนี้ครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่ารสชาติอร่อยใช้ได้เลยครับ ซึ่งในวันนี้ผมก็คงต้องจบลงที่นี่ครับ

ในตอนหน้าซึ่งจะเป็นตอนจบของทริปนี้ครับกับเส้นทางเลาะเลียบแม่น้ำโขง งานนี้เจ้า Yamaha Exciter 150 ที่ร่วมเดินทางไปกับผมในทริปนี้ ต้องรับบททดสอบอันหนักหน่วงที่สุดในตอนหน้าแน่นอนครับ เพราะจุดหมายที่ผมจะไปนั้นต้องบอกเลยว่า “ไม่ธรรมดา” ครับ เดินทางไปด้วยกันกับผมในตอนหน้านะครับ VRthairider เพราะชีวิตคือการเดินทาง ติดตามต่อได้ใน EP.5 ตอนจบครับ

Comments

comments