การเดินทางไม่มีวันสิ้นสุด กับการควบ Yamaha Exciter 150 ไปตะลุยมาเลเซียร่วม 1,200 กิโลเมตร

สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี้ผมมีโอกาสได้พาเพื่อนๆร่วมเดินทางท่องเที่ยวไปกับผมอีกแล้ว จากครั้งก่อนผมได้พาเพื่อนๆไปเที่ยวกันใน ทริปเลาะเลียบแม่น้ำโขง กับระยะทางร่วม 3,000 กิโลเมตร ไปแล้วนั้น ตอนแรกๆผมเองผมก็คิดว่าน่าจะจบแล้วกับทริปนี้ครับ แต่ยังไม่ทันจบทริปผมเองก็ได้ถูกเชิญจากทาง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ชวนไปทริปเที่ยวประเทศ มาเลเซีย อีกครั้ง โดยใช้รถ Yamaha Exciter 150 ก็ต้องบอกสิครับว่า “ไม่ปฏิเสธ” ไหนๆก็ซัดเจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้มาร่วม 3,000 กิโลแล้ว เอาไปเที่ยวมาเลเซียอีกครั้งจะเป็นไรไป

โดยที่การเดินทางในครั้งนี้มีกำหนดการเดินทางโดยเริ่มต้นที่ หาดใหญ่ ซึ่งงานนี้ผมออกมาเที่ยวอีสานร่วมอาทิตย์แล้ว เลยต้องใช้วิธีส่งรถไปกับทางดีลเลอร์ของยามาฮ่าเพื่อดำเนินการส่งรถไปเตรียมพร้อมไว้ที่หาดใหญ่จะสะดวกกว่า เพราะจะได้มีเวลาพักบ้างครับ งานนี้เลยขอเลือกนั่งเครื่อง บินไปลงที่หาดใหญ่ โดยเดินทางออกจากเชียงใหม่ครับ

ฟ้าสวยๆ นางฟ้าก็สวยครับ

มาถึงหาดใหญ่ นั่งรถตู้ไปที่ โรงแรม แกรนด์ โอลิเวอร์ ด่านสะเดา ระหว่างทางฝนตกครับ ตกหนักซะด้วย แน่นอนเลยว่าคิดหนักเลยครับ ว่าการเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียในวันพรุ่งนี้จะต้องลุยฝนตั้งแต่ไทยเลยหรือเปล่า

เมื่อมาถึงที่โรงแรมก็เข้าห้องทำธุระส่วนตัว ห้องของ โรงแรม แกรนด์ โอลิเวอร์ ถือว่าน่าพักมากๆครับ แถมอยู่ไม่ห่างจากด่านด้วยครับ หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ลงไปทานข้าวและประชุมเตรียมความพร้อมในการเดินทางวันพรุ่งนี้กับทีมงานที่จะเดินทางไปด้วยกันครับ ซึ่งงานนี้เป็นทริปของทางยามาฮ่า โดยมีทั้งสื่อและลูกค้าที่ใช้ Yamaha Exciter 150 ร่วมเดินทางไปด้วยกันประมาณ 10 คนครับ ต้องขอขอบคุณ บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มากๆครับที่ชวนผมไปร่วมทริปนี้ครับ คุยกันเสร็จก็พักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ครับ

เช้ามาโชคดีที่ฝนไม่ตกครับ มีหมอกจางๆ มันช่างเป็นอะไรที่โชคดีแบบนี้ นึกว่าจะต้องเปียกกันตั้งแต่วันแรกซะแล้ว จัดแจงเตรียมรถซึ่งผมเองก็ใช้คันเดิมที่ขี่ไป 3,000 กิโลในการเลาะเลียบโขงที่ผ่านมา เมื่อทุกคนพร้อมก็ออกเดินทางเข้าสู่ประเทศมาเลเซียกันครับ

ทำเรื่องเสร็จก็จะได้สติ๊กเกอร์มาแปะติดที่หน้ารถของเราครับ

การเดินทางในประเทศมาเลเซียต้องบอกเลยครับว่าในวันนี้ผมต้องเดินทางด้วยความเร็วกันที่ในระดับ 100 – 120+ แทบตลอดทาง เพราะเป็นถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จำเป็นต้องเดินทางกันแบบนี้ครับซึ่งก็ไม่มีปัญหาสำหรับเจ้า Yamaha Exciter 150 อยู่แล้วแรงดีไม่มีตกครับ

ขี่รถเข้าไปที่ ปีนัง เพื่อแวะเที่ยวที่ Street Art ในตัวปีนังรถถือว่าติด แต่หากเทียบกับไทยแล้วผมว่าปีนังรถยังโล่งกว่าเยอะครับ ขี่ไปได้สบายเรื่อยๆ จากนั้นก็ไปแวะทานข้าวกันเพื่อเตรียมเดินทางกันอีกยาวครับในวันนี้

พวกเราออกจากปีนังแล้วเดินทางไปตามเส้นทาง สะพานเชื่อมเกาะปีนังแห่งที่ 2 ที่ผมเองค่อนข้างชอบมากๆเพราะเป็นสะพานที่ยาวมาก และมีเลนไว้สำหรับมอเตอร์ไซค์วิ่งโดยเฉพาะเลย ขี่ไปมองทะเลไปจนเพลินเลยครับ

เป้าหมายของเราในวันนี้ก็คือ คาเมรอนไฮแลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกจุดที่ผมเคยตั้งใจว่าอยากจะมีโอกาสได้ขี่รถมาเที่ยว แต่มามาเลเซียทีไรไม่เคยได้มาสักที ซึ่งเส้นทางจะได้ขี่ขึ้นเขา ลงเขา อาจจะไม่ได้ชันมากนักหรือผมเองอาจจะมีโอกาสได้ขี่ขึ้นลงเขาที่ชันกว่านี้บ่อยๆก็ได้เลยรู้สึกชิน และมั่นใจเลยว่าเจ้า Yamaha Exciter 150 ไปได้ในเส้นทางนี้ได้อย่างหายห่วงครับ

ดีนะที่ไม่ได้เจอฝนระหว่างทางหนักๆ อาจจะมีปรอยๆบ้างแต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าห่วง ก่อนที่จะถึง คาเมรอนไฮแลนด์ ก็ได้มีโอกาสแวะถ่ายรูปกับจุดชมวิวสวยๆของที่นี่ครับ

กว่าจะมาถึง คาเมรอนไฮแลนด์ ก็เล่นเอาหัวค่ำเลยครับ อากาศถือว่าเย็นครับที่นี่แค่ 18 องศาเท่านั้น จากที่ขี่รถฝ่าแดดร้อนๆมาจากไทยจนมาถึงที่ คาเมรอนไฮแลนด์ เหมือนอยู่คนละโลกกันเลยครับ ในโรงแรมที่นี่ไม่มีเครื่องปรับอากาศครับเพราะอากาศเย็นตลอดปีนั่นเองครับ

ทานข้าว เข้าห้อง พักผ่อน ก็ถือว่าเสร็จภาระกิจของวันนี้ครับ พรุ่งนี้ยังได้ไปเที่ยวต่อในจุดแลนด์มาร์คที่น่าไปอีกครับเก็บแรงไว้ก่อนละกัน

เช้าๆต้องบอกว่าอากาศที่นี่ดีมากๆ ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศบนเขาแถวภาคเหนือของไทยเลยครับ อากาศเย็นและชื้นเล่นเอาเจ้า Yamaha Exciter 150 เปียกไปทั้งคันครับ

สำหรับการเดินทางในวันนี้พวกเรามีแผนไปเที่ยวกันที่ ไร่ชา BOH ครับ ต้องเรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่หลายคนชอบไปเที่ยวที่นี่ ด้วยไร่ชาที่เรียกได้ว่ากว้างมากครับ หากในไทยอารมณ์มันจะคล้ายๆ ไร่ชาฉุยฟง จังหวัดเชียงราย แต่ใหญ่กว่าไร่ชาฉุยฟงมากครับ เรียกได้ว่าหลายม่อนดอยเลยทีเดียว

ตอนที่ขี่รถไปตามทาง สองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นชา มันดูธรรมชาติและสวยงามจริงๆครับ

มาถึงก็ลงไปถ่ายกับวิวของที่นี่…..อ้าว!! ไปถ่ายกับสาวซะงั้น 555

สำหรับทริปนี้ผมก็มีโอกาสได้เจอกับน้องๆที่มาจากใต้ครับ กับกลุ่ม PALAS Team ทุกคนเป็นกันเอง คุยสนุก ซึ่งคุยไปคุยมาดันเผลอบอกว่า “ไว้จะไปเที่ยวหาที่ใต้” นั่นไงหาเรื่องให้ตัวเองอีกแล้ว ซึ่งผมเป็นคนรักษาสัญญาครับ ไว้เจอกันครับ

นั่งกินลมชมบรรยากาศที่ ไร่ชา BOH เสร็จก็เดินทางต่อ ซึ่งจุดหมายของเราก็คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ครับซึ่งในช่วงนี้เองผมเองก็ได้มีโอกาสได้ใช้ประสิทธิภาพของเจ้า Yamaha Exciter 150 อย่างสนุก กับการขี่เล่นโค้งไปกับมาร์แชลมาเลเซีย เล่นเอายางหมดขอบ พักเท้าครูดพื้นแทบตลอดทาง เรียกได้ว่าเข้าโค้งกันหนักๆกว่าตอนที่เอาไปเที่ยวเลียบน้ำโขงอีกครับ ซึ่งเจ้า Yamaha Exciter 150 ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจไปทุกโค้งจริงๆครับ

ระหว่างทางเรียกได้ว่าเปียกยันไข่ครับ ฝนตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา เอาซะไม่ทันได้ใส่ชุดกันฝนกันเลยครับ ก็เลยต้องขี่ลุยกันมาแบบเปียกๆแบบนั้นเลย ซึ่งฝนตกหนักๆก็ยังลุยกันมาร่วม 100 กม./ชม. รถก็ถือว่าค่อนข้างมั่นใจได้ครับ ไม่มีอาการยางสไลด์หรือลื่นแต่อย่างใดครับ

มาถึงกัวลาลัมเปอร์ พักที่ โรงแรมคอนคอท เรียกได้ว่าเปียกปอนไปหมดทั้งตัวครับ ต้องรีบเข้าห้องเปลี่ยนชุดกันเลย ทั้งเปียกทั้งหนาวครับ

วันนี้พวกเรามีนัดกับกลุ่ม Yamaha Club Malaysia ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าที่มาเลเซียเนี่ยคนนิยมเจ้า Yamaha Exciter 150 เยอะมากเพราะเจอเยอะมากตลอดทางที่ขี่มาช่วงสองวันนี้ครับ ซึ่งเราได้มีโอกาสได้เจอ และได้ถ่ายรูปร่วมกันครับ

แค่นั้นยังไม่พอยังมี Night Trip ขี่รถเที่ยวชมเมืองกัวลาลัมเปอร์ยามค่ำอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าสนุกมากครับ เที่ยวกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็กลับมานอนเพราะพรุ่งนี้พวกเราต้องยิงยาวกลับไทยอีกหลายร้อยกิโลครับ

เช้ามาดูเรือนไมล์นี่ผมขี่เจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้มาเกือบ 4,000 กิโลแล้วเหรอเนี่ย วันนี้แหล่ะจะเป็นการทดสอบขี่รถแบบล็อคคันเร่งยิงยาวๆกลับไทยสำหรับผมคงหายห่วงแล้วว่าแรงดีไม่มีตก และไม่มีน็อคแน่นอน

เก็บรูปไว้เป็นที่ระลึกที่พวกเราได้มีโอกาสมาทริปนี้กันในครั้งนี้ครับ น้องๆ PALAS Team ก็น่ารักกันทุกคน ทำให้ผมต้องคิดทริปต่อเลยว่าจะไปเที่ยวไหนดีใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ไว้รอติดตามทริปเที่ยวใต้ของผมได้แน่นอนครับ

ซึ่งก็ถือว่าสนุกมากกับทริปเที่ยว ไทย-มาเลเซีย ในครั้งนี้ครับ และจากการใช้งานเจ้า Yamaha Exciter 150 ทั้งเอาไป ตะลุยเลียบน้ำโขงร่วม 3,000 กิโลเมตร และ มาเที่ยวมาเลเซียอีกกว่า 1,200 กิโลเมตร หลายๆอย่างพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้แล้วจริงๆ รวมไปถึงการปรับปรุงหลายๆอย่างให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเรื่องของช่วงล่าง ที่ทำให้ขับขี่เล่นโค้งได้อย่างมั่นใจ ยัดแค่ไหนก็ไม่หวั่น มั่นใจได้จริงๆ อีกทั้งเครื่องยนต์ที่ต้องโดนทรมานด้วยการขับขี่ด้วยรอบสูงๆ ขี่ยาวๆ ก็ยังคงแรงดีไม่มีตก ก็ทำให้มั่นใจในการใช้งานได้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเมือง หรือ การเดินทางไกลๆแบบนี้ครับ

ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่ให้ผมได้มีโอกาสจัดหนักเจ้า Yamaha Exciter 150 คันนี้กว่า 4,000 กิโลเมตร และขอบคุณสำหรับทริปมาเลเซียทริปดีๆในครั้งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

Comments

comments