รีวิว & ทดสอบ GPX Razer 220 รถ Naked bike ที่ขี่ได้มันส์ที่สุดจาก GPX กับระยะทางร่วม 1,000 กิโลเมตร

สวัสดีครับเพื่อนๆผมมีโอกาสได้รับรถ GPX Razer 220 จากทาง GPX มาทดสอบนะครับ ซึ่งได้มาในช่วงที่ทาง GPX ได้มีการเปิดตัวรถใหม่รัวๆ เปิดหลากหลายรุ่นหลากหลายสไตล์ ซึ่งก็หวังว่าทาง VRthairider จะมีโอกาสได้ทดสอบครบทุกรุ่นนะครับ เพราะรถแต่ละรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปน่าขี่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น GPX Legend 250 Twin , Raptor 180 และ POPz 125 ก็หวังว่าจะได้รับมาทดสอบโดยเร็ววันนะครับ


GPX Legend 250 Twin

GPX Raptor 180

GPX POPz 125

เอาหล่ะมาพูดถึงเจ้า GPX Razer 220 กับรถ Naked bike ในพิกัด 223 ซีซี คันนี้กันดีกว่า ถึงจะได้รับรถมาช้าหน่อยแต่ผมก็ขอจัดหนักเช่นเดิมครับ ครั้งนี้ทดสอบกันในช่วงฝนชุกเลยทีเดียวกับการเดินทางไกลเชียงใหม่-บ่อเกลือ จังหวัดน่าน กับระยะทางในการทดสอบในครั้งนี้ร่วม 1,000 กิโลเมตรครับผม “ขี่ได้มันส์ที่สุดจาก GPX” จ่อหัวมาแบบนี้จะหาว่าผมโม้หรือเปล่า เพราะจากเคยมีโอกาสได้ขี่เจ้า GPX Razer 220 ก่อนหน้านี้ทำให้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไว้ต้องลองมาติดตามกันครับ

ในด้านการออกแบบของ GPX Razer 220 เป็นรถในสไตล์ Naked bike ที่มองแล้วจะได้อารมณ์คล้ายกับเป็นพี่ชายของ GPX Demon 150 GN ซึ่งแน่นอนว่ารถในสไตล์ Naked bike เป็นอีกสไตล์หนึ่งที่หลายๆคนชื่นชอบเพราะเป็นรถที่ขี่ง่ายและใช้งานได้หลากหลายกว่ารถในแนวอื่นๆนั่นเองครับ


GPX Demon 150 GN


GPX Razer 220

GPX Razer 220 ออกแบบมาได้อย่างโฉบเฉี่ยว ไฟหน้าที่ถูกทำออกมาเป็น 2 ดวงในโคม แยกเป็นไฟต่ำ-สูง และถูกคาดไว้ด้วยไฟ Daylight ที่สวยงามเพิ่มเอกลักษณ์ที่ทำให้รู้สึกได้เลยว่านี่คือรถจากทาง GPX และไฟท้ายแบบ LED ที่ออกแบบได้โฉบเฉี่ยวรับกับชุดบังโคลนที่ดูมีความสปอร์ตครับ

เรือนไมล์แบบ Full LED ที่คุ้นตาที่ได้เห็นมาจากรุ่น Demon 150 GR และ 150 GN นั่นเอง ซึ่งได้มีช่อง USB Power Socket มาให้ด้วยเพื่อเสียบชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครับ โดยเรือนไมล์เองสามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี พร้อมแสดงผลค่าต่างๆได้อย่างครบถ้วนครับ

ในด้านของแฟริ่งด้านข้างและถังน้ำมัน ออกแบบได้ดูโฉบเฉี่ยวและค่อนข้างดูใหญ่เป็นพิเศษ ดูโดดเด่นด้วยไฟ Daylight สีขาวเป็นแถบด้านข้างดูดีมากครับ โดยที่ถังน้ำมันมีความจุ 11.5 ลิตร ฝาถังออกแบบให้เวลาเปิดฝาจะติดอยู่กับตัวรถครับ

สวิตซ์กุญแจอยู่ด้านบนถังใกล้กับแผงคอรถ จะมีแอบติอยู่บ้างก็คือสวิตซ์หากออกแบบให้ดูสวยกว่านี้อีกนิดจะลงตัวมากๆครับ

เบาะท้ายแบบ 2 ตอน ที่ดูโฉบเฉี่ยวรับกับไฟท้าย และมีที่จับกันตกมาให้แข็งแรงแน่นอนครับ เป็นเบาะที่ค่อนข้างใหญ่นั่งสบาย ความสูงของเบาะอยู่ที่ 800 มม. ถือว่าไม่ต่ำเกินไปและสูงเกินไป เหมาะกับคนไทยแบบเราๆเลยครับ

ในด้านโช้คหน้านั้นเป็นแบบหัวกลับอัพไซด์ดาวน์ ส่วนด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว โมโนช็อค แบบปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ ซึ่งโช้คหลังมาจาก YSS มั่นใจได้แน่นอนครับ

ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ตัวจานเบรกมีการออกแบบให้มีการกัดลายขอบทำให้ดูดีเหมือนเป็นจานเบรกแต่งครับ

สำหรับล้อเป็นล้อแม็คขอบ 17 นิ้วแบบ 5 ก้าน ที่รัดด้วยยางหน้าขนาด 100/80-17 ส่วนยางหลังขนาด 130/70-17 ซึ่งเป็นยางใช้งานทั่วไป หากใครสายซิ่งอาจจะต้องหายางลายสปอร์ตหน่อยจะดูหล่อขึ้นอีกเยอะครับ

มากันที่เครื่องยนต์ต้องบอกเลยว่าเครื่องยนต์ของเจ้า GPX Razer 220 เป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบล็อคเครื่องนี้จากทาง GPX โดยมีขนาดเครื่องยนต์ 223 ซีซี 4 จังหวะ แบบ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ และมีออยคูลเลอร์เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด เกียร์แบบ 6 Speed

ท่อไอเสียแบบออกด้านล่าง ที่ดูสวยงามและเข้ากับตัวรถมากๆครับ

ได้เวลาเอาออกไปมันส์ครับ กับการพาเจ้า GPX Razer 220 ไปตะลุยจังหวัดน่านในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ซึ่งแน่นอนมันทำให้ได้ทดสอบอะไรหลายๆอย่างได้ดีแบบนอนกับการเดินทางแบบนี้ครับ โดยการเดินทางในครั้งนี้เจ้า GPX Razer 220 ต้องแบกน้ำหนักร่วม 85 กิโลกรัม ด้วยน้ำหนักตัวผมที่ 75 และอุปกรณ์กล้องต่างๆในกระเป๋าอีกเกือบ 10 กิโลกรัมครับ

เมื่อขึ้นคล่อมเจ้า GPX Razer 220 ต้องบอกเลยครับว่าการจัดท่านั่งขับขี่ของเจ้า GPX Razer 220 นั้นทำออกมาได้ถือว่าดีเลยครับ ตำแหน่งแฮนด์ ตำแหน่งเบาะ และการวางเท้านั้นถือว่าทำได้อย่างลงตัว การขับขี่ค่อนข้างทำได้คล่องตัวและเดินทางไกลๆถือว่าไม่ทำให้ผมรู้สึกเมื่อยหรืออยากพักรถแต่อย่างใดครับ

ช่วงล่างที่ให้มานั้นในตอนแรกๆนั้นผมเองยังแอบรู้สึกว่าจะทำออกมาได้ดีไหม จะยวบย้วยหรือเปล่า แต่เมื่อได้ขับขี่ทั้งทางทั่วไป ในเมือง และเมื่อในยามที่เอามาซัดเล่นโค้งหนักๆ พบว่าระบบกันสะเทือนของเจ้า GPX Razer 220 ทำออกมาได้ดีทีเดียว มันเลยทำให้การขับขี่ในทริปนี้ของผมทำได้สนุกมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่ากดเข้าโค้งกันในช่วงความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้อย่างมั่นใจครับ

และเมื่อยามเอาไปลุยในเส้นทางโหดๆ เจอทั้งหลุม และถนนที่พังเมื่อยามขี่ลุยไปในจุดที่ยากลำบาก อาจจะรู้สึกได้ว่าตัวโช้คจะแอบกระด้างไปบ้างเมื่อยามลุยทางขรุขระหนักๆ รถที่หนึบเกาะโค้งได้ดีบนถนนลาดยาง เมื่อมาลุยแบบนี้ส่วนมากก็มักจะเป็นแบบนี้ครับ

สำหรับยาง IRC Road winner ที่ให้มานั้นก็ถือว่ากับการใช้งานทั่วๆไปก็ทำได้ดีครับ ถึงแม้เอาไปเล่นโค้งก็ยังถือว่าทำได้ดีครับ แต่หากอยากเอาไปซัดกระจายกว่านี้คงต้องแนะนำให้ใช้ยางเกรดที่ดียิ่งขึ้นครับ และในการขับขี่ลุยฝนเองกับการใช้ออกทริปในครั้งนี้ก็ไม่ได้ออกอาการสไลด์แบบผิดปกติให้เห็นครับ ในส่วนของระบบเบรคเองก็ใช้งานได้ดังใจ หมดห่วงครับ ไม่ว่าจะเป็นการกระแทกเบรกหรือกรอเบรกก็ใช้งานได้ดีครับ

ในด้านขุมพลังของเจ้า GPX Razer 220 ผมเองต้องบอกเลยว่ามันเป็นเครื่องยนต์ที่ขี่ได้สนุกที่สุดของรถทุกรุ่นของ GPX ที่ใช้เครื่องยนต์บล็อคนี้ครับ อาการของรถแตกต่างจากรถรุ่นอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด กำลังของเครื่องยนต์มาได้ตามมือมาก เปิดเป็นมาครับ ซึ่งเป็นการเซ็ทมาให้ได้แตกต่างมาก คลัทช์จะออกอาการที่แข็งกว่ารถรุ่นอื่นๆเล็กน้อย อารมณ์จะคล้ายๆรถที่แต่งสปริงคลัทช์มายังไงยังงั้นครับ (แอบโดนใจผมมากๆ)

GPX Razer 220 การขับขี่ต่อเกียร์ได้อย่างสนุก ด้วยรอบที่มาไว ทำให้การขับขี่บนเขาหรือการขับขี่เล่นโค้งทำได้สนุกมากครับ ขึ้นเขาได้อย่างสบายๆหายห่วงครับ ตัวเครื่องยนต์มี Engine Brake ที่ให้ใช้ค่อนข้างเยอะ ทางลงเขาบางครั้งแค่ Engine Brake อย่างเดียวก็เหลือๆ แค่แตะเบรกช่วยบ้างเป็นบางครั้งก็ลงเขาได้อย่างสบายๆครับ

ด้วยการเซ็ทเครื่องยนต์แบบนี้อาจจะส่งผลให้การเดินคันเร่งและตัวรถไปได้ค่อนข้างไว แต่ก็แลกมาด้วยความเร็วของ Top Speed ที่ไม่ได้สูงมากมายนัก อาจจะพอๆกับรถเครื่องยนต์บล็อคนี้ที่เป็นรุ่น 200 ซีซี แต่ได้ในเรื่องของแรงบิดที่บิดได้สนุกมากขึ้นครับ ซึ่งผมทำความเร็วไปได้ราว 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง แบบนั่งขี่บนไมล์ติดรถครับ หากอยากเห็นตัวเลขที่มากกว่านี้อาจจะต้องหมอบหรือปล่อยไหลยาวๆดูครับ

ซึ่งจากการทดสอบในทริปนี้ร่วม 1,000 กิโลเมตร GPX Razer 220 สามารถสร้างความสนุกให้ผมได้ตลอดทาง เป็นรถอีกรุ่นที่ขี่แล้วรู้สึกสนุกและไม่เบื่อตลอดระยะทางในทริปนี้ครับ ซึ่งก็อย่างที่ผมจ่อหัวไว้ว่า GPX Razer 220 “ขี่ได้มันส์ที่สุดจาก GPX” จึงยังคงยืนยันคำนี้ได้ครับ สำหรับ GPX Razer 220 กับรถในสไตล์ Naked bike นั้นได้ทำออกมาจำหน่ายที่ราคา 72,500 บาท หากใครที่สนใจก็เข้าไปดูตัวจริงและจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ใกล้บ้านได้เลยครับ ไว้ติดตามว่าครั้งต่อไปผมจะหยิบรถรุ่นไหนมารีวิวและทดสอบให้เพื่อนๆชมกันนะครับ

ขอขอบคุณทาง GPX และ บจก.ตรีธวัฒน์ มอเตอร์ไบค์ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ

Comments

comments