รีวิว & ทดสอบ GPX Raptor 180 กับรถ Naked bike พิกัด 180 ซีซี The Unstoppable สำหรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆจากการเปิดตัวอย่างรัวๆสำหรับรถใหม่จากทางค่าย GPX ถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Legend 250 Twin , RAPTOR 180 และ POPz 125 ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวไปพร้อมๆกับการ Re-Branding ที่ทำให้เกิดความน่าสนใจได้ดีทีเดียวครับ ซึ่งแต่ละรุ่นผมเองต้องบอกเลยว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ


GPX Legend 250 Twin


GPX RAPTOR 180


GPX POPz 125

ซึ่งผมเองได้รับสายด่วนจากทาง GPX เพื่อมาร่วมรีวิวรถรุ่นใหม่นั่นก็คือ GPX RAPTOR 180 กับรถในสไตล์ Naked bike พิกัด 180 ซีซี ที่มาพร้อมกับสโลแกน “The Unstoppable สำหรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง” ซึ่งต้องบอกก่อนว่าในครั้งนี้เป็นการมีโอกาสทดสอบขับขี่ระยะเวลาสั้นๆแค่ราว 1 วัน กับระยะทางราวๆ 100 กิโลเมตรครับ ใจจริงอยากมีโอกาสจัดหนักกว่านี้ครับ หวังว่าจะมีโอกาสได้เอาไปจัดหนักในสไตล์ VRthairider อีกครั้งครับ

มาพูดกันถึง GPX Raptor 180 กันดีกว่า มีหลายๆคนที่ยังไม่ได้เห็นตัวจริง ไม่เคยคล่อม แล้วพูดว่า GPX ออกรถใหม่มาทับรุ่นตัวเองบ้าง ทำมาฆ่า GPX Razer 220 บ้าง เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าเกือบ 2 หมื่นบาทนั่นเอง แต่ผมต้องบอกเลยว่าระหว่าง Raptor 180 กับ Razer 220 กลุ่มเป้าหมายค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจน หากนั่งมองแต่รูปหลายๆคนอาจจะคิดเหมือนที่หลายๆคนพูดกัน ไว้ตามอ่านรีวิวดูนะครับ ผมอาจจะแทรกความรู้สึกระหว่าง Raptor 180 กับ Razer 220 บ้างเพื่อให้มองภาพออกครับ (รีวิว GPX Razer 220 รับชมได้ที่นี่ครับ)

มากันที่การออกแบบของ GPX Raptor 180 นั้นเป็นรถที่ออกแบบมาในสไตล์ Naked bike ที่มีทรวดทรงผอมเพรียว ไม่ได้มีทรวดทรงที่บึกบึนเหมือน Razer 220 หรือตัวเล็กไซส์กระทัดรัดเหมือน Demon 150 GN แต่การทำออกมาของ  Raptor 180 นั้นได้ออกมาเพื่อเพิ่มทางเลือกระหว่าง Demon 150 GN ที่หลายคนมองว่าเล็กไป หรือ Razer 220 ที่คนมองว่าดูใหญ่ไป ถือว่าเป็นการซอยโมเดลรถที่ดีเลยสำหรับ GPX ซึ่งแน่นอนว่า Raptor 180 มันให้ความรู้สึกได้ถึงความคล่องแคล่ว และแลดูจะเหมาะกับการขับขี่ในเมืองซอกแซกไปได้ดีทีเดียวครับ

ไฟหน้าแบบ LED ออกแบบมาในสไตล์ที่โฉบเฉี่ยวตามสไตล์แนวทางจาก Demon 150 GN และรุ่นพี่อย่าง Razer 220 โดยจะมีการแบ่งไฟออกเป็นสองช่องไฟต่ำ-สูง ไฟเลี้ยวผมค่อนข้างชอบโดยจะมีรูปทรงที่เรียวสวยงาม และเวลาเปิดไฟเลี้ยวไฟจะเป็นไฟวิ่งดูสวยงาม แต่ในจุดนี้อาจจะต้องดูในเรื่องความคงทนของตัวระบบไฟเลี้ยวด้วยว่าหากใช้ไปนานๆจะมีปัญหาหรือไม่นะครับ

ไฟท้ายแบบ LED ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม พร้อมกับบังโคลนที่ออกแบบมาได้ดูสปอร์ตเข้ากับตัวรถครับ

เรือนไมล์เป็นแบบ Full digital ต้องบอกเลยว่าออกแบบมาได้สวยงามครับ แสงสีที่ได้จากเรือนไมล์ผมค่อนข้างชอบมากครับ ยิ่งกลางคืนดูสวยงามมากครับ จะมีติแค่อย่างเดียวคือปรับอะไรไม่ได้ และไม่มีให้เลือกฟังก์ชั่นอะไรเลย หากมีให้เลือก Trip ได้แค่นี้ก็จะดีทีเดียวครับ

การออกแบบแฟริ่งตั้งแต่ช่วงถังน้ำมันไปถึงเบาะและยาวไปถึงด้านท้าย ให้ความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย มีการคาดด้วยลายเคฟล่าในแฟริ่งช่วงถังน้ำมันทำให้ดูสวยงามมาก โดยถังน้ำมันมีความจุ 11.5 ลิตร แฟริ่งด้านท้ายก็ออกแบบให้มีช่องลมได้อารมณ์สปอร์ตมากครับ

การออกแบบเบาะเป็นเบาะแบบ 2 ตอน ที่ค่อนข้างชอบเลยก็คือการออกแบบทรงเบาะในช่วงขาที่เรียวเล็ก ถึงแม้ตัวรถเองจะมีความสูงเบาะที่ค่อนข้างมาก 820 มม. แต่ด้วยการออกแบบเบาะทำให้สามารถคล่อมรถได้อย่างสบายครับ

แฮนด์เป็นแบบแฮนด์บาร์ ขนาดกว้างพอสมควร ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบหัวกลับอัพไซด์ดาวน์ ซึ่งจะมีขนาดที่เล็กลงกว่าอัพไซค์ดาวน์ทุกรุ่นของ GPX ด้วยการลดขนาดโช้คอัพไซด์ดาวน์ลงส่งผลทำให้น้ำหนักในช่วงหน้าลดลงไปด้วยเช่นกัน ทำให้มีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้นครับ

ระบบกันสะเทือนหลังเป็นโช้คเดี่ยว โดยสวิงอาร์มเป็นแบบกล่อง ตัวโช้คได้ติดตั้งโช้คของ YSS มาให้ ที่สามารถปรับได้ 5 ระดับ

ล้อเป็นล้อแม็คที่รัดด้วยยางหน้าขนาด 100/80-17″ ส่วนยางหลังขนาด 130/80-17″ และในส่วนของระบบเบรกเองก็เป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง โดยด้านหน้าเป็นแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 1 ลูกสูบ ขนาดจานเบรกหน้าถึงจะขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็เรียกว่าใช้งานได้เหมาะกับตัวรถแล้วครับ

เครื่องยนต์ของ GPX Raptor 180 เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดียว ขนาด 180.8 ซีซี แบบ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ไม่ได้มีออยคูลเลอร์มาให้เหมือน Razer 220 เกียร์ 6 Speed จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด GPX-FI ท่อออกข้างทรงยาวสวยครับ

ได้เวลาเอาไปลองขี่ครับจากการคล่อมครั้งแรกสิ่งที่ตัวผมเองรู้สึกได้เลยก็คือมีอาการเท้าวืดหาพักเท้าไม่เจอ ซึ่งน่าจะมาจากการที่ผมคุ้นเคยกับการขับขี่รถ Naked bike รุ่นอื่นๆมาพักเท้าจะอยู่ในตำแหน่งค่อนกลางไปจนถึงเยื้องไปด้นหลัง แต่กับ GPX Raptor 180 นั้นการออกแบบกลับแตกต่างที่พักเท้าจะค่อนข้างเยื้องไปด้านหน้า ให้อารมณ์การวางเท้าเหมือนการขับขี่รถ Moped หรือ รถแม่บ้านทั่วๆไป มากกว่าฟิลลิ่งรถ Naked bike ครับ ซึ่งในจุดนี้มันก็มีข้อดีคือรถจะขับขี่ได้ค่อนข้างสบาย เพียงแต่ท่าทางอาจจะดูแปลกๆไปบ้างเท่านั้นครับ ต้องใช้การขับขี่สักพักให้ชินครับ เพราะบางช่วงก็แอบเหยียบวืดๆอยู่บ่อยๆเหมือนกันครับ

ต้องบอกเลยว่าฟิลลิ่งการขับขี่คล่องตัวมากครับ ด้วยการลดขนาดอุปกรณ์ในรถหลายๆอย่าง ทำให้น้ำหนักที่ได้ในตัวรถอยู่ที่ 135 กก. ซึ่งเบากว่า Razer 220 ร่วม 15 กก. (Razer 220 หนัก 150 กก.) การขับขี่มุด ซอกแซก ทำได้คล่องตัวมาก ซึ่งการขับขี่ในช่วงรถติดเรียกได้ว่าขี่ได้สนุกเลยครับ

ระบบกันสะเทือนของตัวรถหากขับขี่บนถนนทั่วๆไปถึงแม้ตัวโช้คหน้าจะดูเล็กกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคง เวลาพลิกรถยามมุดหรือซอกแซกก็ถือว่าตอบสนองการใช้งานได้ดี จะแอบรู้สึกก็แต่ว่าหากเจอหลุมหรือทางลูกระนาดอาการสะท้านจากโช้คหน้ามีความรู้สึกขึ้นมาพอสมควรครับ ส่วนเรื่องของการเข้าโค้งแบบหนักๆ หรือโค้งที่ความเร็วสูง ผมอาจจะพูดในตอนนี้ไม่ได้นะครับ เพราะไม่ได้มีโอกาสเอาไปจัดหนักขนาดนั้นครับ แต่จากการลองดูคร่าวๆก็ถือว่าทำได้ดีครับ แต่หากเทียบกับ Razer 220 อาจจะให้อารมณ์ในการเล่นโค้งหนักๆได้ดีกว่าครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ

ระบบเบรกถึงแม้จานเบรกหน้าจะดูเล็กไปบ้าง แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานครับ ยิ่งใช้งานทั่วๆไปเอาอยู่ครับ

เครื่องยนต์ของ GPX Raptor 180 กับการต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ในบล็อค 150 ซีซี ซึ่งจะเห็นประจำการอยู่ใน Demon 150 GN/GR นั่นเอง และได้รับการพัฒนาทำการปรับมาเป็น 180.8 ซีซี อารมณ์ของเครื่องยนต์ตัวนี้จะได้อารมณ์ประมาณน้องๆ Razer 220 ครับ ให้อารมณ์ในช่วงรอบต้นที่สนุก กลางพอใช้ แต่ปลายส่วนตัวมองว่ายังรู้สึกเฉยๆครับ ด้วยการทำให้รถเน้นต้นเพื่อความสนุกและคล่องตัวในเมืองเป็นหลัก ปลายจะไม่ได้จี๊ดจ๊าดอะไรมาก ผมลองบิดๆไปในช่วง 110 กว่าๆ หลังจากนั้นจะต้องเน้นไหลครับ ซึ่งจุดนี้ผมเองก็ไม่ได้มีโอกาสได้ซัดเหมือนกัน

เครื่องยนต์บล็อคนี้ในคลาส 200 ซีซี ทาง GPX จะให้ออยคูลเลอร์มา แต่ใน Raptor 180 ไม่ได้ให้ออยคูลเลอร์มา จะมีผลอะไรกับการเดินทางไกลหรือไม่นั้นหากมีโอกาสได้ทดสอบยาวๆจะมาตอบข้อนี้ให้นะครับ ส่วนอาการเข้าเกียร์ยากก็ยังมีให้เห็นบ้างครับ แต่หากขับขี่จนรู้จังหวะการเข้าเกียร์และถอนเกียร์ก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรครับ

จากการขับขี่ราวๆ 100 กิโลเมตร กับการขับขี่แบบใช้รอบ เล่นรอบ ในเมืองค่อนข้างปรู๊ดปร๊าด ลองเช็คดูได้อยู่ที่ 33 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งหากขับขี่ทั่วๆไปคงทำได้เยอะกว่านี้ครับ

ก็ถือว่า GPX Raptor 180 ก็เป็นรถ Naked bike ในพิกัด 180 ซีซี ที่เรียกว่ายังไม่มีคู่แข่งในกลุ่มนี้ครับ ด้วยออฟชั่นที่ทาง GPX ให้มาแล้วนั้น แล้วเทียบกับราคาตัวรถที่ 59,500 บาทแล้ว ก็ถือว่าคุ้มเลยทีเดียวครับ กับการเป็นรถใช้งานในเมือง ขี่ไปเรียน ไปทำงาน หรือไว้ขี่เที่ยวก็ดูเข้าท่าครับ ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่า Raptor 180 จะเป็นโมเดลที่อยู่กลางๆระหว่าง Demon 150 GN/GR และ Razer 220 ครับ ซึ่งหากใครที่มองว่า Demon 150 GN คันเล็กไป หรือ Razer 220 ดูใหญ่ไป Raptor 180 นี่เลยคือคำตอบครับ โดยที่ GPX Raptor 180 ทำออกมาทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีม่วง , สีดำ , สีขาว และ สีแดง ที่ผมเอามาทดสอบในครั้งนี้ครับ หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูตัวจริงหรือจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ทั่วประเทศครับ

Comments

comments