รีวิว & ทดสอบ Kawasaki KLX230 พาลุยเข้าป่าในช่วงหน้าฝน กับระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร

สวัสดีครับเพื่อนๆสำหรับช่วงหน้าฝนแบบนี้กับรถหลายๆแนวส่วนมากมักจะจอดอยู่เฉยๆไม่ค่อยออกไปไหน แต่กับรถในแนวลุยๆช่วงนี้แหล่ะที่เป็นสวรรค์ของบรรดา คนขี่รถสายวิบากเลยก็ว่าได้ ยิ่งฝนตกหนักๆหรือกำลังตกใหม่ๆ สายวิบากต้องมีทริปขี่รถเที่ยวกันตลอดเลย ซึ่งทาง VRthairider เองก็ได้มีโอกาสรับรถ Kawasaki KLX230 จากทาง คาวาซากิเชียงใหม่ แสงชัยธุรกิจยานยนต์ เพื่อมาทดสอบในครั้งนี้ครับ

สำหรับ Kawasaki KLX230 นั้นเป็นรถแบบ ดูอัลเพอร์โพส (Dual Purpose) ก็คือรถที่สามารถไปได้ทุกสภาพถนนไม่ว่าจะทางดำ ทางดิน ในเมือง หรือนอกเมือง เรียกว่าเอนกประสงค์ไปได้ทุกที่เท่าที่อยากจะไปครับ โดยที่ KLX230 จะมีทำออกมาก็คือ KLX230 (ที่เอามาทดสอบในครั้งนี้) , KLX230SE(ABS) และ KLX230R

สำหรับ Kawasaki KLX230 นั้นเรียกได้ว่ามีการปรับปรุงหลายจุดเช่นกัน ไม่ว่าจะเรื่องของการออกแบบ , สมรรถนะ หรือ เครื่องยนต์ ที่คงถูกใจคนที่ชื่นชอบ KLX พอสมควรเลยทีเดียวครับ หน้ากากขนาดค่อนข้างใหญ่ ที่มาพร้อมกับโคมไฟหน้าขนาดใหญ่ หลอดไฟขนาด 60/55 วัตต์ ซึ่งต้องบอกเลยว่าให้ความชัดเจนเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นไฟต่ำที่ให้ลำแสงกว้าง รวมไปถึงไฟสูงชนิดที่เรียกได้ว่าขับขี่ออกป่าได้อย่างสบายๆ หากนำมาขี่บนถนนคงต้องปรับระดับโคมไฟให้เหมาะสมไม่งั้นอาจจะแยงตารถที่สวนมาได้

เรือนไมล์เป็นแบบ Full-digital ซึ่งออกแบบได้ดูสวยงามและทันสมัย โดยแสดงผลความเร็ว, วัดรอบ, ระยะทางรวม, วัดระยะทาง (Dual trip), ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, นาฬิกาและสัญญาณไฟเลี้ยว

ชุดแฮนด์เป็นแบบแฮนด์บาร์ ขนาดกว้าง เมื่อขึ้นคล่อมแล้วให้รู้สึกกระชับ ตำแหน่งและองศาแฮนด์ กับระดับของเบาะ ที่ให้มาถือว่าพอดีหากขับขี่ในทางเรียบ แต่ถ้าลงไปวิ่งทางดินลงไปลุยในทางวิบาก หากยกแฮนด์ให้สูงขึ้นน่าจะทำให้คอนโทรลรถได้ถนัดกว่าเดิม

เฟรมของ Kawasaki KLX230 ได้ทำการออกแบบใหม่เป็นเฟรม PERIMETER ที่ผลิตจากเหล็กรับแรงดึงสูง ช่วยให้เครื่องยนต์และแซสซีออกมามีสมดุลที่ลงตัว โดยที่ตัวเบาะมีความสูง 885 มม. ซึ่งสูงกว่า KLX150BF ที่มีความสูงของเบาะ 870 มม. ผู้ขับขี่สูง 168 ซม. ต้องได้เขย่งปลายเท้าแบบ บัลเล่ต์ แต่ไม่ใช่อุปสรรคเมื่อทะยานออกตัวไปแล้วครับ

ถังน้ำมันมีความจุที่ 7.5 ลิตร

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบเทเลสโคปิคขนาด 37 มม. ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ Uni Trak ปรับฟรีโหลดได้

Kawasaki KLX230 ล้อเป็นล้อซี่ลวด โดยที่ล้อหน้าจะเป็นล้อขนาด 21 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 2.75-21 ส่วนล้อหลัง 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 4.10-18 ซึ่งถือว่าเป็นไซส์ทั่วไปสำหรับสายลุยเลยครับ ในด้านระบบเบรกนั้นเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ด้านหน้าจะเป็นแบบ 2 ลูกสูบ ขนาดจานเบรก 265 มม. และเบรกหลังแบบ 1 ลูกสูบ ขนาดจานเบรก 220 มม.

ในด้านขุมพลังของ Kawasaki KLX230 นั้นเป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดียว แบบ SOHC ขนาดความจุ 233 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด การส่งกำลัง 6 Speed

ได้เวลาเอาไปทดสอบครับซึ่งเป็นการพาเอา Kawasaki KLX230 ไปตะลุยเข้าป่าในช่วงหน้าฝน โดยเดินทางออกจากเชียงใหม่ ไปยัง บ้านโกจีโกร อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กับระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งจากการขับขี่บนเส้นทางดำหรือถนนทั่วๆไป รถให้ความคล่องตัวมากกับสภาพการจราจรช่วงรถติด สามารถมุดไปได้อย่างคล่องแคล่ว จะติดตรงที่ปลายแฮนด์อยู่ระดับเดียวกับกระจกของรถกระบะ ส่วนรถตู้ รถเก๋ง สามารถผ่านไปได้อย่างสบาย

การเบรกในช่วงระยะกระชั้นชิดเมื่อเจออุปสรรคสิ่งกีดขวางถือว่าเอาอยู่ มั่นใจได้ในทั้งทางดินและทางดำ ส่วนในเรื่องของช่วงล่างกับสภาพถนนประเทศไทยถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว ทั้งการขับขี่บนถนนหรือลงไปลุยท่องเที่ยวทั่วๆไป แต่หากลงไปลุยในทางดินหนักๆแล้ว ส่วนตัวคิดว่าคงจำเป็นต้องเซ็ทช่วงล่างอีกพอสมควร เนื่องจากของเดิมที่ให้มานั้นยังมีอาการยวบย้วยอยู่บ้างพอสมควรครับ

ยางเดิมๆที่ให้มานั้นสามารถใช้งานได้ดีทั้งการขับขี่บนถนน หรือ ลงไปลุยในทางดินได้อย่างสบาย การเจอโคลนก็เอาอยู่ แต่หากเจอทางที่เป็นโคลนที่ลื่นมากๆหรือพวกดินหนังหมูจะเกิดอาการฟรีทิ้งค่อนข้างมาก ซึ่งสายลุยหนักๆก็คงต้องเปลี่ยนครับ

ในด้านของเครื่องยนต์ของ Kawasaki KLX230 เมื่อเดินคันเร่งให้ความรู้สึกที่เร้าใจ รู้สึกได้ทันทีเมื่อกระแทกคันเร่งกับแรงบิดที่ถึงแม้จะไม่ถึงกับดุดันมากแต่ก็สมูทตอบสนองแบบไม่ต้องรอให้หมองใจ จากเกียร์ 1 ไล่ไปถึง 6 ความต่อเนื่องของเกียร์ถือว่าลงตัว เผลอแป๊บเดียวเรือนไมล์แสดงที่ 115-116 เป็นอันสิ้นสุดความเร็วปลาย แต่ยังรู้สึกได้ชัดเจนถึงกำลังของเครื่องที่ยังเหลือๆ

ตัวรถมีความนิ่งไม่มีอาการส่ายให้เห็น สำหรับสายฟรีรันกลัวอั้น ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปความเร็วทางดำในดอยอยู่ในช่วง 80-90 ถือได้ว่าขี่สนุกมาก ถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบเส้นทางลุยออกแนวฮาร์ด สเตอร์เดิมอาจจะส่งกำลังได้ไม่ถึงใจปรับแต่งสักหน่อยสนุกแน่นอน

เครื่องยนต์มีติบ้างตรงตอนหาตำแหน่งเกียร์ว่าง จะหายากไปนิด ความร้อนสะสมหากขี่ในเมืองจะมีให้ได้รู้สึกกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับน่ารำคาญ หากใส่รองเท้าบูทแล้วล่ะก็ตัดปัญหานี้ได้ทันทีครับ เมื่อลงไปลุยเส้นทางดินแล้วไม่พบปัญหาเรื่องฮีตแต่อย่างได สำหรับสายฟรีรันกลัวอั้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แม้จะเป็นทางดินแบบทางเปิดยาวๆ ก็สามารถทำได้ดีเช่นกันครับ

รวมๆแล้ว Kawasaki KLX230 เป็นรถที่ขับขี่ได้สนุกอีกรุ่นหนึ่งทีเดียว กำลังเครื่องมีกำลังที่ดี ตัวรถน้ำหนักไม่มาก ท่านั่งสบาย ถึงแม้ขับขี่ในระยะทางไกล 2-300 กิโล ก็ไม่มีอาการเมื่อยล้าให้เห็น จะใช้ในชีวิตประจำวันหรือบุกป่าฝ่าดงในวันหยุด Kawasaki KLX230 ก็พร้อมจะมอบความต้องการให้คุณได้ในคันเดียว จากการทดสอบแบบซัดยาวๆจะสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 30+ กิโลเมตร/ลิตร ครับ

สำหรับ Kawasaki KLX230 นั้นได้ทำออกมา 4 สี ได้แก่สี เขียว , ดำ , ฟ้า และ แดง โดยสนนราคาค่าตัวจะอยู่ที่ 120,000 บาท ส่วนในรุ่น KLX230SE(ABS) จะอยู่ที่ 133,000 บาทครับ หากใครสนใจ Kawasaki KLX230 ไว้เป็นรถคู่ใจสักคันก็สามารถเข้าไปจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Kawasaki ทั่วประเทศครับ

ต้องขอขอบคุณ คาวาซากิเชียงใหม่ แสงชัยธุรกิจยานยนต์ ที่ให้รถ Kawasaki KLX230 เอาไปทดสอบขับขี่ในครั้งนี้ครับ

คลิปวีดีโอทดสอบ Kawasaki KLX230

 

ขับขี่ : Wanderlust Mind
สถานที่ : เชียงใหม่ – อมก๋อย – แม่ตื่น – โกจีโกร

Comments

comments