GPX Legend 150S ตะลุยจังหวัดน่านปลายฝน หนาวนี้เที่ยว น่าน-บ่อเกลือ สิแล้วคุณจะหลงรักที่นี่

หากขึ้นชื่อว่า “น่าน” แล้วนั้นจะต้องเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่หลายๆคนอยากขี่รถไปเที่ยวสักครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ยังคงมีความสวยงาม ศิลปวัฒนธรรม หรือการดำเนินชีวิตของคนที่น่านล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ และมีมนต์เสน่ห์ให้ใครที่เคยไปแล้วยังอยากไปเที่ยวอีก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไปเที่ยวจังหวัดน่านบ่อยมากๆ แต่ก็ไม่เคยเบื่อเลยที่จะไปเที่ยวที่นี่ครับ ช่วงปลายฝนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวอีกครั้งพอดีได้มีโอกาสได้รับรถ GPX Legend 150S ก็เลยคิดว่าเอาไปเที่ยวไกลๆ ไปท่องเที่ยวนอนกางเต็นท์ ไปกลับสักราวพันกิโลก็คงจะเข้าที

ได้รับรถมาก็ไม่รอช้าครับชักชวนเพื่อนไปเที่ยวกัน 2 คน 2 คัน โดยออกเดินทางออกจากเชียงใหม่ แต่นัดกันที่ปั๊มน้ำมันในจังหวัดลำพูนครับ ซึ่งงานนี้ไปกันด้วยรถ GPX ทั้ง 2 คันครับ ก็คือ Legend 150S และ Razer 220 ต่างสไตล์ แต่หากเอาออกขี่ท่องเที่ยวแล้ว ไม่ว่าสไตล์ไหนก็ไปด้วยกันได้ครับ

ผมเดินทางออกจากจังหวัดลำพูน มุ่งตรงสู่จังหวัดลำปาง แพร่ และเข้าไปน่าน ซึ่งในทริปนี้ ผมตั้งใจจะไปเที่ยวที่ “บ่อเกลือ” ไปเสพบรรยากาศดีๆในช่วงฝนแบบนี้ที่นั่นครับ ทริปนี้จึงไม่ได้พาเที่ยวในตัวจังหวัดน่านครับ การเดินทางวันนี้ระยะทางก็จะราวๆ 400 กว่ากิโลเมตร อาจจะดูเหมือนไม่ไกลแต่ถนนค่อนข้างทั้งโค้งและขึ้นลงเขาทริปนี้จึงต้องหวดกันเต็มๆเหมือนกันครับ มีเท่าไหร่ใส่หมดครับ ซึ่งเจ้า Legend 150S ก็เดินทางด้วยรอบสูงๆตลอดทางโดยที่ไม่มีปัญหาใดๆครับ โดยผมได้แวะเข้ามาเติมน้ำมันที่น่านก่อนเดินทางต่อไปยังบ่อเกลือครับ

ออกจากน่านมาผมเลือกเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1169 มุ่งตรงสู่บ้านสันติสุข ซึ่งหลังจากนี้ไปทางจะเริ่มเข้าสู่ทางขึ้นลงเขา โค้งค่อนข้างจะเยอะเป็นพิเศษครับ โดยจากถนนหลวงหมายเลข 1169 ก็จะเดินทางต่อไปยังถนนหมายเลข 1081 ครับ

ระหว่างทางก็มีร้านให้แวะพักหลายร้านอยู่ครับ ก็เลือกแวะพักได้ตามที่ชอบเลยครับ ซึ่งผมเองก็มีโอกาสได้แวะที่ “เดอะวิว @ กิ่วม่วง” ก็ถือว่าเป็นร้านที่สามารถนั่งเสพบรรยากาศชิวๆได้อย่างสบายครับ สามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ได้สบายตาดีครับ มีทั้งกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆก็มีไว้บริการเช่นกันครับ

ถนนในช่วงนี้หลายๆจุดจะเป็นการขี่รถบนสันเขา หลายๆคนบอกว่ามันคือถนนลอยฟ้า ซึ่งต้องบอกว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ขี่สนุก และธรรมชาติ 2 ข้างทางก็ทำให้ขี่ไปได้แบบเพลินๆจริงๆครับ จุดไฮไลท์จุดหนึ่งที่หลายๆคนต้องแวะถ่ายรูปก็คือ “ถนนลอยฟ้าโค้งเลข 3” ซึ่งความโค้งของถนนทำให้เราสามารถเห็นเป็นเลข 3 ได้อย่างสวยงามจริงๆครับ ก็อดไม่ได้ที่ต้องแวะถ่ายรูปกันครับ

จากถนนลอยฟ้าโค้งเลข 3 ก็เดินทางอีกไม่นานมากนักก็จะถึงบ่อเกลือ ซึ่งเส้นทางค่อนข้างโค้ง มีขึ้นเขาลงเขาบ้าง ซึ่งเจ้า Legend 150S ก็เดินทางไปได้อย่างสบายหายห่วงครับ

จากที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะหาที่กางเต็นท์นอนที่บ่อเกลือ จังหวัดน่าน จากการดูอากาศแล้ว และจากการได้เข้าไปสอบถามหลายๆที่ล้วนแล้วแต่ปฏิเสธการกางเต็นท์ทั้งนั้น เพราะกลัวว่าพายุจะเข้า ซึ่งผมเองก็คงต้องเชื่อฟังคนในพื้นที่ครับเพราะหากยังคงฝืนกางเต็นท์หากฝนตกหนักมาช่วงกลางคืนก็คงจะไปลำบากเขาอีก ก็เลยเลือกที่จะพักที่พักเอาคงจะปลอดภัยกว่า ซึ่งในคืนนี้ผมพักกันที่ “บ่อเกลือฆ้องดัง” รีสอร์ทเล็กๆ ที่สะอาด และน่าพักครับ

พักผ่อนอาบน้ำให้สดชื่นผมเลือกที่จะไปเที่ยวในหมู่บ้าน สำหรับบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขา เกลือสินเธาว์ ที่ได้จากบ่อเกลือจะถูกน้ำมาต้มจนแห้งกลายเป็นเกลือ ซึ่งในตัวหมู่บ้านก็จะมีอยู่หลายบ่อครับ สามารถไปเดินๆชมกันได้ครับ

ซึ่งในแต่ละบ่อนั้นก็จะมีของที่ทำมาจากเกลือจำหน่ายให้คนที่สนใจซื้อกลับบ้านครับ มีตั้งแต่ เกลือสินเธาว์ , ดอกเกลือ , เกลือเสริมไอโอดีน , ไข่ต้มน้ำเกลือ และอีกหลายอย่างครับ สามารถเลือกซื้อกลับได้ตามใจได้เลยครับ

บรรยากาศในหมู่บ้านในช่วงเย็นๆก็จะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเยอะมากครับ สามารถเดินเล่นชมบรรยากาศในหมู่บ้านได้แบบเพลินๆครับ

เริ่มเย็นลง อากาศก็เริ่มเย็นตาม เย็นนี้ผมเองก็คงต้ิงหาอะไรอุ่นๆร้อนๆทานซะแล้ว ซึ่งผมได้เลือกไปกินที่ “ภูผิงหมอกโฮมสเตย์” ซึ่งที่นี่มีหมูกระทะขาย แน่นอนบรรยากาศแบบนี้ ปิ้งย่าง อร่อยแน่นอนครับ

กับบรรยากาศร้านเล็กๆ ได้อารมณ์ของร้านบ้านๆ ไม่ต้องหรูหราอะไรมาก แต่บอกได้เลยว่าหมูกระทะมื้อนี้ทำให้พวกผมเจริญอาหารเป็นอย่างมาก เมื่ออิ่มได้ที่ก็กลับไปพักผ่อน เพื่อเตรียมออกเดินทางเที่ยวต่อในวันพรุ่งนี้เช้าครับ

เช้ามากับบรรยากาศฝนตกพรำๆ มิน่าชาวบ้านถึงไม่ยอมให้กางเต็นท์ และก็ดีแล้วที่ผมเลือกมาพักที่รีสอร์ทแทน ซึ่งเช้านี้ผมไม่รีบมากนักเพราะเป้าหมายของผมในวันนี้ถือว่าไม่ได้ไกลมาก ผมตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางเข้าไปนอนกันที่ “บ้านเปียงซ้อ” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับเขตชายแดนประเทศลาวครับ ซึ่งหากจากบ่อเกลือราว 40 กิโลเมตรครับ ดังนั้นระหว่างการเดินทางผมเลยเลือกที่จะแวะเที่ยวไปเรื่อยๆครับ โดยจุดแรงที่ผมแวะเข้าไปก็คือ “บ้านสะปัน” ซึ่งก็มีจุดที่ดังของที่นี่ก็คือ “อุ่นไอมาง” ครับเป็นที่พักริมน้ำและมีขายอาหาร กาแฟ แต่ผมอาจจะเข้าไปกันเช้าไปทางอุ่นไอมางยังไม่เปิดขายให้ เพราะต้องการทำให้กับแขกที่เข้าพักก่อน พวกผมก็เลยเดินถ่ายรูปไปพลางๆครับ

ผมเดินเท้าห่างจาก อุ่นไอมาง มาไม่ไกลก็มานั่งกินข้าวกันที่ “มีสะปัน” ซึ่งเป็นร้านที่มีอาหารตามสั่งขายให้เรา เราก็เลยนั่งกินข้าวและชมบรรยากาศของหมู่บ้านสะปัน กับบรรยากาศฝนตกปรอยๆ มองไปทางไหนก็เขียวสบายตามากครับ

ซึ่งที่นี่เองพวกผมเองก็เพิ่งเคยขี่รถเข้ามาเที่ยวครั้งแรก เห็นจากป้ายที่ติดอยู่ที่หน้าร้านมีสะปัน แล้วก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวต่อดีกว่า แต่ในบางจุดเช่น น้ำตกสะปัน ชาวบ้านบอกว่าช่วงฝนตกไปเที่ยวคงจะไม่สวย ผมก็เลยไม่ได้เข้าไปครับ ไว้หากมีโอกาสได้มาอีกรอบไว้จะเข้าไปเก็บภาพมาให้นะครับ

เดินทางเข้ามาไม่ไกลก็เป็นจุดชมวิวของหมู่บ้านครับ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่จะได้เห็นผืนท้องนาสีเขียวที่ดูแล้วสบายตา ช่วงนี้ข้าวกำลังสวย ผมมองแล้วดูสวยงามไม่ต่างจากขาขั้นบันไดเลยครับ

เดินทางจากจุดชมวิวไปอีกหน่อยก็จะเป็นสะพานแขวน ที่ผมว่าน่าจะเป็นจุดที่หลายๆคนมาที่นี่คงต้องเข้ามาถ่ายรูปที่นี่แน่นอนครับ

พวกผมใช้เวลาที่บ้านสะปันร่วม 2 ชั่วโมงทีเดียว ทัวแต่เพลินไปกับธรรมชาติที่สวยงามที่นี่ครับ จนเกือบลืมไปว่ายังต้องเดินทางต่อไปยัง “บ้านเปียงซ้อ” จึงได้ย้อนรถกลับออกมาเพื่อเดินทางต่อไปตามถนนหลวงหมายเลข 1081 ซึ่งระหว่างทางก็เจอเข้ากับป้ายขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า “ต้นกำเนิดแม่น้ำน่าน” พวกผมก็เลี้ยวเข้าไปจอดทันทีเพราะอยากเห็นว่าเป็นยังไง ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร แต่เดินเข้าไปจริงๆก็ไกลและชันใช่เล่นครับ แต่งานนี้พวกผมไปกันไม่ถึงครับ เพราะเห็นมีคนหักกิ่งไม้ทิ้งไว้บนทางเดินเพื่อบอกอะไรสักอย่าง “ต่อหลุม” ครับ ใช่เลยรังต่อหลุมอยู่ข้างหน้า เมื่อมองๆดูแล้วว่าใช่ พวกผมไม่อยากเสี่ยงเดินเข้าไปต่อครับหากโดนต่อหลุมต่อยเข้าคงไม่ดีแน่ๆ เลยรีบกลับออกมาโดยเร็วแล้วเดินทางต่อครับ

การเดินทางต้องเจอฝนตลอดทางครับ เรียกได้ว่าเปียกยันไข่ครับ ต้องได้จอดหลบฝนเป็นพักๆครับ เจ้า GPX Legend 150S บอกว่าแค่นี้สบาย แต่พวกผมนี่สั่นครับ ด้วยอากาศที่เย็นแถมเปียกอีกหนาวจนสั่นเลยครับ

ทางเข้าไปยังบ้านเปียงซ้อเป็นทางที่แยกจากเส้นทางหลักเข้าไป ซึ่งเส้นทางส่วนมากยังเป็นทางที่พื้นผิวถนนค่อนข้างพังครับ ต้องได้ลุยเข้าไปหลายกิโลครับ เรียกได้ว่าช่วงล่างของเจ้า Legend 150S ได้ทำงานหนักในช่วงนี้แหล่ะครับ แต่ก็ลุยไปได้สบายๆครับ เพียงเพราะรูปแค่รูปเดียวที่ผมเคยเห็นเท่านั้นที่ทำให้ผมดั้นด้นเข้าไปเพื่อตามหามุมๆนั้นครับ

ภาพจาก travel.mthai.com

เมื่อพวกผมขึ้นไปถึงบ้านเปียงซ้อ สอบถามชาวบ้านได้แจ้งว่าไม่มีที่พัก หรือ โฮมสเตย์ให้พักครับ พวกผมจึงทำได้เพียงไปถ่ายรูปที่จุดชมวิวของบ้านเปียงซ้อ ซึ่งผมว่ากับการดั้นด้นเข้ามาที่นี่ ได้มาอยู่ในจุดๆนี้ผมว่าก็คุ้มแล้วครับ หากมาในช่วงเช้าๆที่มีทะเลหมอกคงจะสวยงามมากๆครับ

เนื่องจากที่บ้านเปียงซ้อไม่มีที่พัก ทำให้พวกผมต้องเดินทางย้อนกลับไปยัง บ่อเกลือ เพื่อกลับไปพักที่นั่นครับ ระหว่างทางก็เจอฝนกระหน่ำตลอดทางเช่นกันครับ

เมื่อกลับมายังบ่อเกลือ ด้วยอารมณ์ที่ยังคั่งข้างกับการอยากนอนในแบบธรรมชาติ จึงทำให้พวกผมเลือกที่จะไปนอนในรีสอร์ทที่ได้ความรู้สึกแบบธรรมชาติ และได้สัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด ซึ่งพวกผมก็ได้เลือกที่จะไปพักที่ “ม่อนสายลม” กับที่พักบนเขาสูง เห็นบรรยากาศบ้านบ่อเกลือในมุมสูง กับทิวทัศน์ภูเขาเบื้องหน้า กับหมอกและสายลมที่พัดผ่าน นี่แหล่ะคือสิ่งที่พวกผมอยากจะสัมผัสในทริปนี้ครับ

กับที่พักแบบกระต๊อบไม้ไผ่เล็กๆ ฟูกที่นอนกันได้ 2 คน ไม่ต้องมีแอร์ ไม่ต้องมีพัดลม แต่ก็ทำให้พวกเรารับรู้ถึงความหนาวในยามค่ำคืนได้ดีทีเดียวครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจพวกผมในปีนี้อีก 1 ทริปครับ หากมีโอกาสในหน้าหนาวอาจจะขี่รถมาเที่ยวที่นี่อีกสักครั้งครับ

ก็อยากจะชวนเพื่อนๆที่อยากมาเที่ยวจังหวัดน่าน – บ่อเกลือ ก็ลองมาเที่ยวกันได้ครับ กับเส้นทางสวยๆ บรรยากาศดีๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่บ่อเกลือน่าจะเป็นอีกจุดที่เหล่าบรรดาไบค์เกอร์อยากขี่รถมาเที่ยวกันแน่นอน ลองมาเที่ยวกันดูครับแล้วคุณอาจะชอบที่นี่เหมือนพวกผมครับ

ขอขอบคุณทาง GPX ที่ให้ยืมรถ GPX Legend 150S เอามาเที่ยวในทริปนี้ร่วม 1,000 กิโลเมตรครับ ขอบคุณครับ

Comments

comments