รีวิว & ทดสอบ Royal Enfield Interceptor 650 และ Continental GT650 สองสไตล์ที่ลงตัว

สวัสดีครับเพื่อนๆผมมีโอกาสได้รับเอารถ 2 รุ่น 2 สไตล์ จากทาง Royal Enfield มารีวิวและทดสอบครับ นั่นก็คือ Interceptor 650 และ Continental GT650 กับรถ 2 สไตล์ที่มีความลงตัวและน่าสนใจจากทาง Royal Enfield มาทดสอบขับขี่กับการเดินทางไกลๆกว่า 500 กิโลเมตร มาเล่าถึงการใช้งานให้เพื่อนๆได้รับชมกันครับ

สำหรับ Royal Enfield นั้นเป็นรถแบรนด์เชื้อชาติอังกฤษ แต่ในปัจจุบันสัญชาติอินเดีย ซึ่งเป็นอีกแบรนด์ที่มีอายุมาร่วมร้อยปีครับ ซึ่งก็เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้สักพักใหญ่ๆ มีรถหลายๆรุ่นมาให้คนไทยได้เลือกซื้อกัน แต่สำหรับ 2 รุ่นนี้ นับได้ว่าเป็นรุ่นที่คนให้ความสนใจกันมากทีเดียว ซึ่งจะว่าไปแล้ว 2 รุ่นนี้ก็เหมือนแฝดคนละฝาที่มีบางจุดที่มีความแตกต่างกันบ้าง ผมเลยขอนำทั้ง 2 รุ่นจับมาทำรีวิวอันเดียวไปเลยเพื่อง่ายต่อการรับชมครับ

Interceptor 650 และ Continental GT650 หากมองเอาเป็นมุมกว้างก็จะเป็นแนวเรโทรทั่วๆไปกับแนวคาเฟ่เรเซอร์ครับ เดี๋ยวเรามาลองดูรายละเอียดการออกแบบของทั้ง 2 รุ่นกันก่อนเอาออกไปทดสอบดีกว่าครับ

มากันที่ช่วงหน้าของตัวรถกันก่อน สิ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนของทั้ง Interceptor 650 และ Continental GT650 ก็คือ ช่วงของแฮนด์ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด Interceptor 650 เป็นแฮนด์บาร์ทรงสวยที่กำลังดี เหมาะกับคนที่ต้องการการขับขี่ที่สะบาย ไม่ต้องก้มมาก ส่วน Continental GT650 จะเป็นแฮนด์จับโช้คที่เตี้ยกว่า ให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับอารมณ์คาเฟ่เรเซอร์

เรือนไมล์เป็นแบบวงกลม 2 อัน ให้ความรู้สึกที่คลาสสิค เป็นแบบอนาล็อคผสมกับดิจิตอล ดูแล้วสวยงามเข้ากับตัวรถมากครับ

ในด้านโช้คหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก พร้อมกับระบบเบรกดิสก์เบรคของ BYBRE จานเบรกขนาด 320 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ในส่วนล้อหน้าเป็นขนาด 18 นิ้ว ที่รัดด้วยยางขนาด 100/90-18

มาดูกันบ้างในส่วนช่วงล่างด้านหลัง จะเป็นโช้คคู่แบบมีซับแทงค์ ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกของ BYBRE จานเบรกหลังขนาด 240 มม. ล้อเป็นขอบ 18 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli Phantom Supercomp ขนาด 130/70-18 ที่สามารถใช้งานได้ทุกสภาวะถนนครับ

ในด้านตัวรถนั้นเรียกได้ว่าเฟรมหลักๆของตัวรถทั้ง Interceptor 650 และ Continental GT650 นั้นแทบจะเหมือนกัน จุดต่างจุดแรกก็คือ ถังน้ำมัน ที่จะออกแบบมาเป็นคนละทรง ของ Interceptor 650 จะดูเรโทรและคลาสสิคเรียบง่าย ส่วน Continental GT650 จะให้ความรู้สึกที่ดุดันขึ้น จะให้ความกระชับในช่วงหว่างขาที่มากกว่าพอสมควร

ในส่วนของเบาะที่ทาง Continental GT650 จะมีตูดมดมาให้ เน้นขี่คนเดียวเป็นหลัก แต่หากอยากจะให้มีคนซ้อนคงต้องแนะนำว่าหาเบาะของ Interceptor 650 มาใส่น่าจะดีกว่าครับ

อีกจุดที่เป็นตัวกำหนดฟิลลิ่งในการขับขี่ที่นอกเหนือจากแฮนด์แล้วก็คือ ตำแหน่งพักเท้านั่นเอง ซึ่งพักเท้าของ Continental GT650 จะมีตำแหน่งค่อนไปทางด้านหลังมากกว่า เพื่อให้เข้ากับลักษณะของแฮนด์ที่เป็นแฮนด์หมอบนั่นเอง จึงจะทำให้ท่าทางการขับขี่มีความสปอร์ตมากยอ่งขึ้นนั่นเอง

มากันที่เครื่องยนต์ของ Interceptor 650 และ Continental GT650 เป็นเครื่องยนต์ขนาด 648 ซีซี 2 สูบคู่ SOHC พร้อมแคมชิ้นเดียว 270 องศา ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมออยล์คูลเลอร์ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ให้แรงม้าสูงสุดที่ 47.65 PS @ 7,250 rpm และแรงบิดสูงสุด 52 Nm @ 5,250 rpm ระบบเกียร์แบบ 6 Speed ซึ่งต้องบอกเลยว่าเครื่องยนต์ของ Royal Enfield มันดูหล่อและดูมีเสน่ห์น่ามองจริงๆครับ ยิ่งบวกเข้ากับท่อคู่แล้ว เข้ากันจริงๆครับ

เอาหล่ะครับได้เวลาเอาไปลองทดสอบกัน กับเส้นทางที่ต้องเจอหลากหลายรูปแบบทั้งทางตรงๆซัดยาวๆ ไปจนถึงทางขึ้นลงเขา และทางโค้งหนักๆให้ได้ทดสอบกันในเส้นทาง เชียงใหม่ – ฮอด – แม่แจ่ม ครับ กับระยะทางไปกลับกว่า 500 กิโลเมตรครับ

กับน้ำหนักของรถที่ 202 กิโลกรัม ให้ความรู้สึกที่หนักไหม อาจจะมีบ้างในตอนย้ายรถ จูงรถ หรือการขับขี่ช้าๆ แต่เมื่อรถได้ทะยานออกไปแล้วเรียกได้ว่าแทบไม่รู้สึกถึงความหนักของตัวรถเลยครับ และความสูงเบาะของตัวรถอยู่ที่ 804 มม. ก็ไม่ได้สูงมากนักเมื่อคล่อมแล้วก็สามารถเหยียบได้เกือบๆเต็มเท้าได้สบายๆครับ

สิ่งที่ผมรู้สึกได้ตั้งแต่สัมผัสแรกเลยเมื่อเทียบๆกับหลายๆรุ่นของ Royal Enfield ก็คือ อาการสั่นสะท้านจากเครื่องยนต์ ที่ลดลงไปมาก จนทำให้ผมเองลืมอาการสั่นสะท้านที่เคยได้พบเจอในรถรุ่นอื่นๆมาเลย ทั้ง Interceptor 650 และ Continental GT650 นั้นให้ความรู้สึกเครื่องยนต์ที่นุ่มนวล แต่ก็แฝงไว้ด้วยพลังที่พอตัว ในการเปิดคันเร่งเพื่อทำความเร็ว หรือการกระแทกคันเร่งเพื่อเร่งแซงก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ

รอบเครื่องที่ขี่ได้สนุกก็คือรอบเครื่องในช่วงรอบกลางราวๆ 4-7,000 รอบ ในช่วงนี้รถจะให้แรงบิดที่ติดมือ ซึ่งจากที่ได้ลองบิดกันจนหมดปลอก สำหรับ Interceptor 650 จะไต่ไปถึงราวๆ 160 กม./ชม. กว่าๆแล้วจะเริ่มมีอาการชกมวยหน่อยๆ ส่วน Continental GT650 จะไปได้ถึงราวๆ 170 กม./ชม. ก็จะมีอาการชกมวยบ้างเช่นกัน การผ่อนคันเร่งลงน่าจะเป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุดครับ ซึ่งความเร็วในช่วง 120-140 กม./ชม. น่าจะเป็นความเร็วในการเดินทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Interceptor 650 และ Continental GT650 ครับ

ในด้านระบบกันสะเทือนถือว่านุ่มดีครับ การใช้งานทั่วๆไปใช้งานได้สบายๆครับ ในด้านการขับขี่ในโค้งเองก็นับว่าทั้ง Interceptor 650 และ Continental GT650 นั้นทำได้ดีทีเดียว ผมขี่กันจนเกือบลืมไปว่าทั้ง 2 รุ่นไม่ได้เป็นรถสปอร์ตให้พวกเราเอาไปเล่นโค้งกันขนาดนั้นครับ Interceptor 650 ในการเล่นโค้งหนักๆจะมีอาการย้วยและโยนไปบ้าง ซึ่งระบบกันสะเทือนของ Continental GT650 เหมือนจะปรับเซ็ทมาได้ลงตัวกว่าบ้างพอสมควรสำหรับการเล่นโค้งแบบนี้ หรืออาจจะเพราะด้วยท่าทางที่ออกไปทางสปอร์ตมากกว่าก็มีส่วนด้วยเช่นกันครับ

ในด้านของระบบเบรกของ BYBRE นั้นไว้ใจได้ จะไม่ให้ไว้ใจได้ยังไงก็ในเมือ BYBRE มาจาก BY BREMBO นั่นเองครับ นั่นหมายถึงไว้ใจได้เลยครับกับการใช้งาน ซึ่งต้องบอกเลยว่าใช้งานได้ดีละเอียดครับ ไม่ว่าจะกรอเบรกหรือการรกกระแทกเบรกแรงๆก็สั่งได้จริงๆ แต่จากการใช้งานผมเองก็รู้สึกว่ามีข้อติแค่อย่างเดียวก็คือ ระบบ ABS นั้นบางครั้งจะสั่งงานช้าไปนิดนึงครับ เมื่อลองกดเบรกหนักๆก่อนเข้าโค้งในหลายๆครั้งที่จะเจออาการล้อหน้ายังล็อคให้เห็นอยู่บ้างครับ

ต้องบอกเลยครับว่าทั้ง Royal Enfield Interceptor 650 และ Continental GT650 นั้นทำออกมาได้ดีทีเดียว กับสองสไตล์ที่จะเหมาะกับใครนั้นก็ต้องดูว่าไลฟ์สไตล์ของตัวเรานั้นเป็นแบบไหน หากเอาขับขี่สบาย เที่ยวไกลๆ เสพบรรยากาศในการท่องเที่ยวไปเรื่อยๆผมว่าคงต้องยกให้กับ Interceptor 650 แต่หากใครเป็นสายเท สายหล่อ ในสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ ก็คงต้องยกให้กับ Continental GT650 ไปครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเพื่อนๆเองแล้วครับว่าชอบแบบไหนครับ

Comments

comments