หนาวนี้ที่เชียงดาว สัมผัสลมหนาวและสายหมอกไปกับ Yamaha Finn ตามเทรนด์ Unique Travellers – EP2

จากการเดินทางเที่ยวในช่วงหนาวแบบนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาดีๆของเหล่าไบค์เกอร์และเป็นความฟินน์ของคนที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวเป็นที่สุด จากการเดินทางจากเชียงใหม่สู่ อำเภอเชียงดาว โดยได้เลือกเดินทางในเส้นทางที่มีรูปแบบที่แตกต่าง ตามเทรนด์ Unique Travellers ได้ทั้งเที่ยวและได้ทั้งบุญในครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นความฟินน์ที่เกินบรรยายจริงๆครับ (ติดตามการเดินทางที่ผ่านมาได้จาก EP1 ครับ)

พวกเราเดินทางด้วย Yamaha Finn (ยามาฮ่าฟินน์) ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึง “เมืองคอง” ก็เกือบเย็น ต้องบอกว่าฟินน์สุดๆ กับบรรยากาศของที่นี่ กับ “เมืองคองโฮมสเตย์” ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน อากาศดีโดยไม่ต้องปรุงแต่ง ที่หาไม่ได้จากแหล่งท่องเที่ยวหลายๆแห่ง กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และวัฒนธรรมประเพณีที่ยังคงรักษาไว้เป็นอย่างดี เดี๋ยวพวกเราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวกันครับ ขอเก็บของ ล้างหน้าล้างตา เสพธรรมชาติยามเย็นที่นี่ให้หนำใจครับ

เมื่อความมืดเริ่มมาเยือนก็ได้เวลาพาเพื่อนๆออกไปเที่ยวชมวัฒนธรรมและประเพณีของเมืองคองครับ ซึ่งพวกเราเดินทางไปยัง วัดศรีกลางเมือง ซึ่งเป็นวัดที่มีการจัดงานลอยกระทงในครั้งนี้ครับ ซึ่งผมได้ยินเสียงร่ำลือมานานแล้วว่า ลอยกระทงที่เมืองคอง มีประเพณีที่มีเสน่ห์และน่ามาสัมผัส ซึ่งผมก็ได้พาเพื่อนๆมาได้สัมผัสไปพร้อมๆกันในครั้งนี้ครับ

ช่วงหัวค่ำยังมีผู้คนไม่มากนัก ด้านหน้าวัดมีการขายของ อาหาร เครื่องดื่ม ไม่กี่ร้าน อารมณ์งานวัดเล็กๆ มีการสลับด้วยการจุดดอกไม้ไฟเป็นระยะ ซึ่งเป็นดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ ตื่นตาตื่นใจ เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยครับ เพราะดอกไม้ไฟใหญ่ๆแบบนี้ในเมืองจะไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว

เมื่อได้เวลาฤกษ์อันเป็นมงคล ก็ได้เวลาแห่ขบวนเพื่อไปลอยกระทงกันทั้งหมู่บ้าน นี่แหล่ะคือเสน่ห์ที่หลายๆคนกล่าวถึง เพราะหากเราอยู่ในเมืองต่างคนต่างไปลอยกระทง แต่ที่นี่คือการเดินขบวนแห่ไปลอยกระทงด้วยกันทั้งหมู่บ้าน เป็นการคงไว้ซึ่งประเพณีที่ดีมากๆครับ

พวกเราเลยถือโอกาสไปหาซื้อกระทงที่มีขายที่บริเวณหน้าวัดศรีกลางเมือง งานนี้ต้องขอบอกว่าฟินน์ไม่แพ้กันจริงๆครับ คนขายกระทงที่นี่น่ารักจริงๆครับ

ระหว่างทางในการเดินแห่ขบวนไปก็มีการจุดพลุและดอกไม้ไฟไปด้วยพวกผมได้แต่ตื่นตาไปกับสิ่งที่ได้เจอที่นี่ครับ

ภาพอาจจะมืดไปบ้างนะครับ เพราะที่นี่ค่อนข้างมืดไม่ได้มีไฟส่องสว่างอะไรมาก และไม่อยากจะใช้แฟลชเพราะกลัวไปรบกวนพิธีกรรมของทางชาวบ้านครับ พวกเราเดินร่วมขบวนมากับชาวบ้านร่วม 1 กิโลเมตร เพื่อมาทำพิธีลอยกระทงที่ริมแม่น้ำ ผมดูแล้วชาวบ้านทุกๆคนมีความเลื่อมใสและร่วมกันทำพิธีกรรมต่างๆร่วมกับพระ แล้วจึงไปลอยกระทง และลอยกระทงหลวง ร่วมกัน งานนี้ผมต้องขอบคุณชาวบ้านเมืองคองมากๆ ที่ทำให้ผมได้ฟินน์ไปกับประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามแบบนี้ครับ ผมต้องขอยืนยันอีกเสียงว่า ลอยกระทงเมืองคอง มีมนต์เสน่ห์จริงๆครับ มีโอกาสปีหน้าอยากให้เพื่อนๆได้ลองไปสัมผัสครับ

เมื่อลอยกระทงและทำพิธีเสร็จก็กลับมาพักผ่อนเพื่อเตรียมพลังไว้ลุยต่อในวันพรุ่งนี้ครับ

ยามเช้าๆกับบรรยากาศหมอกลอยต่ำที่อยู่เหนือทุ่งนาเบื้องหน้า พร้อมกับอากาศหนาวๆจนต้องได้ห่มผ้าห่มออกมาชมบรรยากาศข้างนอก มันฟินน์จนบอกไม่ถูกจริงๆ

สำหรับที่เมืองคองยังมีจุดท่องเที่ยวอีกจุดที่ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่สวยงามไม่แพ้จุดท่องเที่ยวดังๆของไทยเลย ก็คือจุดชมวิวทะเลหมอก “เด่นทีวี” สามารถขี่ Yamaha Finn ไปได้หรือหากใครไม่สะดวกก็เหมารถยนต์ในหมู่บ้านไปได้ครับ สามารถไปชมทะเลหมอกสวยๆรับตะวันยามเช้า โดยที่ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนนับร้อยนับพันเหมือนแหล่งท่องเที่ยวดังๆของไทยหลายแห่งครับ

จากชมทะเลหมอกที่ เด่นทีวี เสร็จก็กลับลงมาในหมู่บ้าน ไปถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ที่เวลาขี่รถมาเที่ยวที่นี่ต้องไปถ่ายรูปเก็บไว้ครับ

เมืองคอง เป็นเมืองที่แทบไม่มีอาชญากรรม หรือคดีร้ายแรง เพราะชาวบ้านบอกพวกเราไว้แบบนั้นและยังแนะนำพวกเราให้ไปดู โรงพักเก่า ที่ไม่มีตำรวจอยู่แล้วสักคน จนเหมือนกลายเป็นโบราณสถานของที่นี่ครับ ก็อดไม่ได้ที่จะลองขี่รถไปเก็บภาพมาครับ

เป้าหมายในการเดินทางของพวกเราในวันนี้ปลายทางก็คือ “สันป่าเกี๊ยะ” ซึ่งจากที่ขี่เจ้า Yamaha Finn มาตั้งแต่เมื่อวานกับการขับขี่ขึ้นลงเขาและเดินทางในเส้นทางป่ามาน้ำมันยังแทบไม่กระดิกครับ พวกเราจึงตัดสินใจที่จะไม่เติมน้ำมัน โดยการเดินทางไป สันป่าเกี๊ยะ นั้นหากไปเส้นทางปกติจะใช้ระยะทางราว 70 กม. ใช้เวลาราวๆ 3 ชม. ก็ถึงครับ แต่ในการเดินทางในครั้งนี้พวกเราเดินทางในอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อนำของไปมอบให้เด็กๆที่ห่างไกล กับการเดินทางในเส้นทางป่าอีกครั้งครับ ซึ่งก็ตอบไม่ได้เหมือนกันในตอนนี้ว่าจะใช้เวลาสักเท่าไหร่ครับ

แต่จากที่ได้ลื่นล้มไปเมื่อวานเพื่อป้องกันอาการเคล็ดขันยอกที่อาจจะมีขึ้น พวกเราเลยเข้าไปขอยาคลายกล้ามเนื้อที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ ที่ให้บริการเป็นอย่างดีครับ

แต่ที่ต้องตกใจก็คือคนขายกระทงให้กับเราเมื่อคืนเป็นเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ที่นี่ด้วย ทำเอาฟินน์อีกรอบครับ

ควบ Yamaha Finn เดินทางกันต่อ วันนี้เท่าที่สอบถามจากชาวบ้านกับเส้นทาง เมืองคอง – สันป่าเกี๊ยะ ต้องบอกว่าหินเอาการ ชาวบ้านบอกว่าหากเป็นการเดินทางในช่วงฝนรถบ้านๆอาจจะเดินทางลำบากสุดๆ แต่หากหนาวแบบนี้ “อาจจะ” ไปได้ ซึ่งคำว่า อาจจะ นี่แหล่ะคือสิ่งที่ท้าทายการเดินทางของเราและท้าท้ายศักยภาพของเจ้า Yamaha Finn ในวันนี้มากๆครับ

เส้นทางในวันนี้จะค่อนข้างธรรมชาติ เรียกได้ว่าเสพธรรมชาติตลอดทั้งเส้นทางแน่นอน เพราะตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากหมู่บ้านก็ต้องได้ผ่านสายน้ำจากลำห้วย หากเป็นช่วงหน้าร้อนนี่จะขอลงไปแช่สักหน่อยแล้วครับ

จากความชุ่มชื้นของป่า ถนนหลายช่วงยังคงชื้นและลื่น จากที่เคยล้มเพราะความลื่นของดินไปเมื่อวาน วันนี้เลยต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากจะว่าไปแล้วกับพื้นดินที่เปียกๆลื่นๆแบบนี้ยางของเจ้า Yamaha Finn ก็สามารถพาลุยไปได้ในระดับหนึ่งทีเดียวครับ แต่หากอยากมั่นใจและชื่นชอบการเดินทางแนวนี้เปลี่ยนเป็นลายที่ลุยๆกว่านี้หน่อยคงสนุกยิ่งขึ้นครับ

สิ่งที่ธรรมชาติไม่แพ้กัน จากเมื่อวานขี่รถตามควาญช้าง และช้างตัวใหญ่ๆ วันนี้ต้องขี่ผ่านฝูงควายหลายฝูง ขี่ไปก็แอบเกร็งๆอยู่ไม่น้อยครับ

ทางจากเมืองคองมายัง “ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านป่าไม้แดง” เป็นทางที่ไม่ยากนัก ซึ่งเมื่อเรามาถึงโรงเรียนก็ได้เห็นเด็กๆกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่สนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เที่ยงครูกำลังทำอาหารให้เด็กๆทานครับ

ซึ่งเมื่อมาถึงโรงเรียน ก็ได้เข้าไปขออนุญาติครูแจกของให้กับเด็กๆ พวกเราจัดแจงนำของที่มัดกับรถมาเตรียมแจกให้กับเด็กๆบางส่วน และที่เหลือก็มอบให้กับคุณครูเพื่อเก็บไว้ให้กับเด็กๆให้ได้ใช้ต่อไปครับ

การที่ได้เห็นการยกมือไหว้ตั้งแต่พวกเราขี่รถเข้ามาจอด รอยยิ้มของน้องๆที่ได้รับของ มันคือความสุขและความฟินน์อย่างบอกไม่ถูก อารมณ์เหล่านี้จะหาไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับการไปทำบุญบริจาคของให้ตามศูนย์ต่างๆภายในเมือง พวกเราจึงชอบความรู้สึกแบบนี้มากกว่าครับ

กับข้าวแค่อย่างเดียวที่น้องๆได้ทานวันนี้ จากฝีมือคุณครูที่ทำให้กิน อาจจะเป็นอาหารง่ายๆ แต่ก็ทำให้น้องๆได้อิ่มและมีความสุขได้ ไว้มีโอกาสจะเข้ามาทำอาหารให้น้องๆได้ทานของอร่อยๆสักมื้อนะครับ

เมื่อเสร็จภาระกิจก็ออกเดินทางต่อซึ่งเมื่อพ้นเขตหมู่บ้าน ก็เริ่มเจอความหินเข้าให้ ต้องบอกว่าเนินแรกที่รอต้อนรับถึงจะเป็นเนินที่ไม่สูงมากนัก แต่ระดับความชันก็เกือบๆ 45 องศาเห็นจะได้ ซึ่งในจุดนี้ต้องบอกเลยว่า Yamaha Finn ยังคงสอบผ่านครับ

เส้นทางนี้ผมต้องบอกเลยว่าหากเป็นรถออโตเมติก หรือ รถที่ไม่สมบูรณ์ ต้องแนะนำเลยว่าอย่ามาโดยเด็ดขาดครับเพราะน่าจะไปไม่รอดแน่นอนครับ เพราะไม่ว่าจะหลุมบ่อที่เกิดจากการกัดเซาะของฝนแล้ว ความชันในหลายๆช่วงยังชันมากๆครับ ในบางจุดยังต้องแอบใช้เท้าช่วยยันเพิ่มแรงม้าของรถด้วยแรงคนไปอีกหน่อยถึงจะผ่านไปได้ด้วยดีก็มีครับ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่างานนี้ Yamaha Finn ได้ออกกำลังมาอย่างเต็มที่เลยครับ

ระบบกันสะเทือนของ Yamaha Finn ก็สามารถซับแรงได้เป็นอย่างดี ในการพาลุยในเส้นทางขรุขระ บางช่วงยืนขี่รูดไปได้อย่างสบายครับ

บางช่วงขี่มาเหนื่อยๆ ถึงอากาศจะเย็นแต่บางครั้งก็เล่นเอาร้อนจนเหงื่อตกก็มีครับ พอได้เจอน้ำทีก็จะทำให้ได้ชุ่มชื่นกันหน่อยครับ

พวกเราใช้ระยะเวลาการเดินทางในป่าน่าจะร่วมๆ 5-6 ชั่วโมง ถึงแม้จะเป็นทางลัดแต่เวลาที่ใช้ก็ไม่ได้สั้นเลยครับ เส้นทางเรียกได้ว่าครบๆทุกสถาณการณ์จริงๆ ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ได้ถึงความอึดของคนและความอึดของ Yamaha Finn ในการเดินทางในครั้งนี้ได้ครับ

เมื่อทะลุมาถึงจุดชมวิวที่ สันป่าเกี๊ยะ ก็เล่นเอาเกือบเย็นครับ ซึ่งจุดชมวิวที่นี่เบื้องหน้าของเราจะเป็นดอยหลวงเชียงดาว หลายๆคนคงรู้จักและคุ้นชื่อนี้เป็นอย่างดี เพราะหากเป็นช่วงหนาวแล้วใครๆก็มักจะคิดถึงที่นี่ครับ สำหรับภาระกิจของเราในวันนี้ก็ต้องเดินทางต่อเข้าไปพักที่ สถานีเกษตรที่สูง สันป่าเกี๊ยะ และในวันพรุ่งนี้พวกเราก็ต้องเอาของไปให้เด็กๆที่โรงเรียนสันป่าเกี๊ยะที่อยู่บนม่อนดอยฝั่งนู้นครับ ติดตามต่อได้ใน EP3 ครับผม

Comments

comments