รีวิว & ทดสอบ GPX GR200R ขี่จริงยิงยาวร่วม 2,000 กิโลลงใต้ ทดสอบโหดกว่านี้มีอีกไหม?

สวัสดีครับเพื่อนๆ เรียกได้ว่าในการรีวิวและทดสอบรถในครั้งนี้เป็นการทดสอบที่ยิงยาว ยิงไกล และโหดพอสมควรกับการทดสอบรถสปอร์ตจากค่าย GPX อย่าง GPX Demon GR200R รุ่นนี้ ซึ่งงานนี้ผมต้องขอขอบคุณทาง GPX และทาง จีพีเอ๊กซ์เชียงใหม่แสงชัย ที่นำรถมาให้ผมได้มีโอกาสทดสอบกับแบบถึงกึ๋นในครั้งนี้ครับ ซึ่งการทดสอบขับขี่ในสนามหรือการขับขี่ในเมืองอาจจะได้เห็นจากการรีวิวของสื่อต่างๆไปกันบ้างแล้ว หากใครที่กำลังรอการรีวิวแบบยิงยาว ยิงไกล แบบนี้ก็ติดตามได้เลยครับ

สำหรับกับการขี่รถสปอร์ตลงใต้ แน่นอนเป็นเรื่องที่ผมเองก็แอบหวั่นๆอยู่ไม่น้อย เพราะจากการที่เคยทดสอบรถสปอร์ตหลายๆรุ่น ผมเองก็แอบเมื่อยอยู่ไม่น้อย ขนาดทดสอบแค่ไม่กี่ร้อยกิโลเมตร แต่นี่เป็นการทดสอบที่มีไม่ต่ำกว่า 2,000 กิโลเมตร แอบหวั่นจนต้องพกยาคลายเส้นติดตัวไว้ตอนเดินทางกันเลย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อขับขี่ไปแล้วจะเป็นยังไงครับ


เขาออง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

เรามาทำความรู้จักกับเจ้า GPX Demon GR200R คันนี้กันก่อน จากการที่ได้เห็นตัวเป็นๆครั้งแรก ต้องบอกเลยว่ามันเป็นรถที่ออกแบบมาได้โดนเด่นมากครับ มันทำให้คิดเลยว่านี่แบรนด์ไทยมาได้ไกลขนาดนี้แล้วเหรอ มันไม่ใช่แค่ Demon GR150 ขยายไซส์ แต่มันคือโมเดลใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด ทิ้งความรู้สึกเดิมหมดสิ้นครับ

ตัวรถเป็นขนาดปกติสำหรับรถสปอร์ตในพิกัด 150-300 ซีซี ซึ่งเจ้า GPX Demon GR200R ให้ความรู้สึกที่ดูใหญ่กว่ารถสปอร์ตในพิกัด 150 ซีซี ในตลาดบ้านเราไปพอสมควรส่วนตัวผมว่าขนาดของตัวรถแอบไปใกล้เคียงกับรถในพิกัด 300 ซีซีมากกว่าด้วยซ้ำไป ตัวรถออกแบบได้โฉบเฉี่ยวทันสมัย คือต้องยอมรับตรงๆว่าครั้งนี้ GPX ทำออกมาได้หล่อจริงๆครับ

เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดดเด่นสุดก็คือไฟหน้าแบบ LED ที่ทำออกมาได้อารมณ์ในแบบสปอร์ตหรูๆ ได้อารมณ์สไตล์ Bigbike ที่ทำออกมาได้โดนใจหลายๆคนแน่นอน และยังได้มีการติดตั้งไฟ Daylight ที่ดูลงตัวมาก การใช้งานในยามค่ำคืนก็สว่างพอตัวใช้งานในการเดินทางในช่วงกลางคืนได้ดีครับ กระจกทรงสวยแต่พับไม่ได้ครับหากต้องการปรับขากระจกต้องคลายน็อตเอาครับ ในส่วนด้านท้ายไฟท้ายก็เป็นแบบ LED ที่เป็นเส้นคู่ขนาบซ้ายขวา ต้องบอกว่าหรูและดูหล่อมาก โดยที่ไฟเลี้ยวเป็นแบบ LED ติดอยู่บนบังโคลนที่สามารถถอดออกได้ง่ายและทำให้ท้ายดูสปอร์ตขึ้นมากแน่นอนครับ

เรือนไมล์เป็นแบบ Full LED ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม ทั้งการแสดงผลที่ครบถ้วน สีสันสวยงาม วัดรอบและความเร็วที่เห็นได้อย่างเด่นชัด อีกทั้งยังแสดงผลตำแหน่งเกียร์ , ระยะทางรวม , ทริป , เวลา , ระดับน้ำมัน และที่ชอบที่สุดก็คือแสดงอุณหภูมิเครื่องยนต์ จุดนี้ผมชอบเป็นการส่วนตัวเพราะทำให้เราเห็นอุณหภูมิได้แบบเรียลไทม์มากว่าการแสดงผลเป็นขีดๆครับ

การเปลี่ยนโหมดต่างๆจะเป็นปุ่มแบบสัมผัสต้องแตะค้างเบาๆ ให้ขึ้นคำว่า ADJ แล้วถึงเปลี่ยนโหมด TOTAL , TRIP ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ทันสมัยขึ้นมากทีเดียวสำหรับรถจากทาง GPX รุ่นนี้ครับ

แฮนด์เป็นแบบจับใต้แผงคอทำให้ได้อารมณ์สปอร์ตเต็มรูปแบบ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 11 ลิตร โหนก นูน การออกแบบถังทำให้สามารถหนีบถังได้มั่นคงเวลาขับขี่ และรับเข้ากับเบาะที่สามารถขยับตูดได้ง่าย จัดท่าทางได้ง่าย ทั้งขยับไปติดถังหรือขยับถอยหลังเวลาหมอบก็ทำได้เป็นอย่างดี โดยเบาะเป็นแบบ 2 ระดับให้ความสปอร์ตเต็มตัวครับ โดยความสูงของเบาะ 815 มม. คนสูงราว 170 ซม. แบบผมก็ได้เขย่งนิดนึง ขยับตูดหน่อยๆเวลาจอดก็เต็มเท้าสบายๆครับ

ตัวถังของเจ้า GPX Demon GR200R เป็นแบบ TRELLIS FRAME เฟรมถักรอบคัน เรียกได้ว่ามั่นใจได้แน่นอนกับความมั่นคงแข็งแรงในการใช้งานครับ

ด้านระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบหัวกลับ Upside Down ที่ให้ระยะยุบมาให้ใช้งานแบบเหลือเฟือ และระบบกันสะเทือนหลัง Mono Shock ทำงานร่วมกับระบบ Multi Link หรือกระเดื่องทดแรง โช้คหลังเป็นระบบโช้คแก๊สของ YSS DTG ที่สามารถปรับได้ถึง 7 ระดับ

ในด้านระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง เบรกหน้าแบบ 2 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 276 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 1 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 220 มม. ซึ่งจากทรงของปั๊มเบรกแล้วสามารถหาผ้าเบรกเปลี่ยนได้ไม่ยากแน่นอนครับ

มาดูในด้านยางกันบ้าง GPX Demon GR200R ได้เลือกใช้ยางของ Vee Rubber SUPER GT โดยยางหน้าขนาด 100/80 และในส่วนของยางหลังขนาด 140/70 ซึ่งถือว่าเป็นยางไซส์มาตรฐานที่จะเห็นในรถสปอร์ตพิกัด 150 ซีซีในท้องตลาดครับ

มากันที่เครื่องยนต์ของเจ้า GPX Demon GR200R เป็นเครื่องยนต์บล็อคใหม่จาก GPX เป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 198 ซีซี 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำขนาดใหญ่ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด GPX-Fi เป็นแบรนด์ Delphi จากประเทศอเมริกา เกียร์ 6 สปีด โซ่เป็นของ DID ขนาด 428 แบบมีโอริง สำหรับเครื่องยนต์ตัวนี้ให้แรงม้าสูงสุด 17.4 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ ให้กำลังแรงบิด 17.2 N.m ที่ 6,500 รอบต่อนาทีครับ

 

ท่อออกแบบรูปทรงมาได้สวยเป็นโลหะทั้งใบ และเสียงที่ได้ก็ทุ้มแน่นเพราะกำลังดี ไม่ดังจนรู้สึกรำคาญ แต่ก็ยังส่งผ่านเสียงรอบเครื่องมาให้เราขับขี่ได้สนุกขึ้นครับ

รู้จักกับ GPX Demon GR200R มาพอสมควรแล้ว เดี๋ยวมาพูดถึงการทดสอบแบบหนักหน่วงในครั้งนี้กันครับ แต่หากใครที่ยังอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมของ GPX Demon GR200R รุ่นนี้ก็เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ https://www.gpxthailand.com/GPX-demon-GR200R

ทำไมผมถึงพูดว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบที่หนักหน่วงที่สุดของ GPX Demon GR200R เพราะตลอดเส้นทางการทดสอบร่วม 2,000 กิโลเมตร เป็นการทดสอบที่รอบเครื่องสูงสุดแบบขี่ยาวๆกว่า 80-90% ของระยะทางทั้งหมดเลยก็ว่าได้นั่นเองครับ ที่เหลืออีก 10-20% เป็นการใช้งานในเมืองหรือการขับขี่ทั่วๆไปนั่นเองครับ

จากการได้ขึ้นคร่อมเจ้า GPX Demon GR200R ครั้งแรกผมเองต้องบอกเลยว่ามันให้ความรู้สึกที่ใหญ่ เหมือนกับการขึ้นคร่อมรถในระดับ 250-300 ซีซีได้เลย ท่าทางการขับขี่จะค่อนข้างสปอร์ต หากจะเอาสปอร์ตมากขึ้นขยับพักเท้าไปด้านหลังอีกนิดจะสปอร์ตจ๋าเลยครับ งานนี้สายแต่งอาจจะต้องไปหาเกียร์โยงมาใส่เพิ่มหากอยากได้ฟิลลิ่งแบบนั้น คนขี่สูงช่วง 170 ซม. คร่อม 2 เท้าจะได้เขย่งนิดๆแต่มั่นคง หากอยากลงเท้าได้เต็มฝ่าเท้าขยับตูดนิดเดียวก็วางเท้าข้างเดียวได้เต็มเท้าแล้วครับ

อย่างที่บอกความคิดแรกกับการขี่รถสปอร์ตในระยะทางระดับ 2,000 กิโลเมตร มันต้องเมื่อยแน่นอน (มีกระเป๋าสะพายหลังไปอีกหลายกิโล) นั่นคือความรู้สึกจากที่เคยสัมผัสรถสปอร์ตหลายๆรุ่นครับที่ขี่แค่ 300-400 กิโลเมตรก็เล่นเอาผมเมื่อแขนปวดข้อมือปวดหลังกันแล้ว (แอบพกยาคลายเส้นติดตัวไว้กินเลยงานนี้) แต่แค่ในวันแรกกับการขี่เจ้า GPX Demon GR200R แบบยิงยาวๆวันเดียว 700 กว่ากิโลเมตร มันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดผิดครับ ผมสามารถขี่ยิงยาวๆ 700 กว่ากิโลเมตรใน 1 วันได้อย่างสบายครับ อาการเมื่อยมีให้เห็นน้อยมากไม่ต้องได้พึ่งยาคลายเส้นแล้วครับ แต่จะต้องมีการจัดท่าการขับขี่สักหน่อย คือการไม่ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่แขนและข้อมือทั้งหมดครับ ด้วยการออกแบบถังน้ำมันที่ใหญ่ โหนก และสูง ทำให้สามารถใช้ลักษณะการออกแบบนี้มาช่วยในการขับขี่ได้ หนีบเข่าให้กระชับถังน้ำมัน ก้มหมอบลงเล็กน้อย ซึ่งเคยลองทำแบบนี้กับรถสปอร์ตหลายๆรุ่นก็ยังคงมีแรงกดไปลงที่แขนและข้อมืออยู่ดีก็เมื่อยตามระเบียบครับ แต่กับ GPX Demon GR200R ผมเองคิดว่าขี่ไปได้ยาวๆจนกว่าจะหมดแรงหรือง่วงได้เลยครับ การขี่รถตัวตรงๆแขนเหยียดๆขี่แบบนี้โอกาสเมื่อยจะสูงกว่ามากครับ


เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ตัวรถค่อนข้างคล่องแคล่วทั้งการขับขี่ในเมืองหรือแม้แต่การขับขี่ด้วยความเร็วสูงมุดรถทุกคันที่มีบนท้องถนนในช่วงการใช้ความเร็วสูงครับ และผมเองก็ต้องบอกเลยว่าตัวรถมีความนิ่งค่อนข้างมาก แม้ในยามที่ต้องเร่งแซงรถบรรทุกใหญ่ๆที่มีลมค่อนข้างแปรปรวน นิ่งในระดับที่ผมสามารถขี่รถมือเดียวด้วยความเร็วสูงสุดผ่านถนนที่เป็นคลื่น คอสะพาน ได้อย่างไม่น่าหวาดเสียวอะไรครับ อาการชกมวยเรียกได้ว่าไม่มีโผล่มาให้เห็นเลยครับ

ซึ่งอาการนิ่งที่เป็นที่ถูกใจผมนั้นอาจจะส่งผลมาจากระบบกันสะเทือนด้วย ด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ที่ถือว่าไม่ได้นิ่มจนเกินไป และโช้คหลังแบบแก๊สของ YSS DTG ที่ปรับได้ถึง 7 ระดับ โดยที่ค่าเดิมจากโรงงานก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวแล้วครับ นุ่มนวลไม่กระแทก แต่ก็ไม่ย้วยเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงครับ ซึ่งงานนี้ตัวยางที่ให้มา Vee Rubber SUPER GT ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกันครับ ยังไม่เคยเจออาการใดๆบนถนนแห้งครับ ส่วนถนนเปียกเจอฝนบ้างก็ยังใช้งานได้ดีไม่มีอาการสไลด์ให้เห็นแต่กับเส้นถนนในตอนฝนตกก็อาจจะมีดิ้นบ้างครับ หากใช้ความเร็วที่เหมาะสมในช่วงฝนตกผมว่าก็ไว้ใจได้ครับ

ในด้านระบบเบรกนั้นผมเองค่อนข้างมั่นใจครับค่อนข้างสั่งงานได้ตามแรงมือครับ ส่วนตัวผมชอบมากที่ GPX Demon GR200R ให้ดิสก์เบรกหน้ามาแค่ชุดเดียว เพราะมันทำให้น้ำหนักรถในช่วงหน้าน้อยลง และส่งผลให้คล่องตัวมากขึ้นด้วย อีกทั้งการใช้งานทั้งหน้าและหลังก็ลงตัวมากๆครับ


จุดชมวิวเขาศูนย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในเรื่องของเครื่องยนต์ของเจ้า GPX Demon GR200R เป็นเครื่องยนต์ที่ขี่สนุกบล็อคหนึ่งทีเดียว มีฟิลลิ่งที่ดีในยามเปลี่ยนเกียร์สามารถเปลี่ยนเกียร์หรือถอนเกียร์ได้ง่าย ลื่นไม่ติดขัด ให้กำลังในแต่ละเกียร์ได้ต่อเนื่อง โดยจากการทดสอบผมเองสามารถลากเกียร์ในแต่ละเกียร์ไปแตะ Redline ได้แทบทุกเกียร์ โดยกำลังที่รู้สึกได้เป็นกำลังที่ส่งมาได้เป็นอย่างดี มาไวแต่ไม่ตันก่อนถึง Redline โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้ทะลุ 140 กลางๆบนไมล์ติดรถได้เลยบนทางตรงยาวๆ ในรอบการทำงานในช่วง 9,000+ รอบ/นาที สำหรับการขี่ยาวๆแบบนี้อุณหภูมิเครื่องยนต์บนเรือนไมล์จะอยู่ในช่วง 75-83 องศาเซลเซียส ซึ่งจะอยู่ในเกณฑ์นี้ตลอดเส้นทางครับ

ในด้านการขับขี่ขึ้น-ลงทางชันๆ ขึ้นดอยขึ้นเขาต่างๆเรียกได้ว่ามีกำลังเหลือๆในการขี่ขึ้นทางชันๆ และเมื่อในยามขี่ลงเขาชันๆก็สามารถเรียก Engine Brake มาใช้งานได้อย่างเหลือๆครับ

จากการทดสอบในครั้งนี้ผมเองได้มีโอกาสได้ลองทดสอบกับน้ำมันทั้ง แก๊สโซฮอล์ 95 และ E20 เพื่ออยากทดสอบความต่างของน้ำมันทั้ง 2 ตัวนี้ว่าบน GPX Demon GR200R จะได้ความต่างยังไง ซึ่งได้ลอง E20 ไป 2 ถังเต็มๆ กับระยะทางร่วม 400 กิโลเมตร จากการทดสอบพบว่าน้ำมัน E20 ตัวรถให้กำลังที่ลดลงไปแบบพอสัมผัสได้ การเปิดคันเร่งแซง การขี่แช่ยาวๆ กำลังหายไปพอสมควร โดยที่จะสังเกตุได้ว่า รอบเครื่องยนต์ทำงานมากขึ้นแต่รถไม่วิ่ง แต่เมื่อกลับมาใช้ แก๊สโซฮอล์ 95 พบว่ารถกลับมามีกำลังในทุกย่านเหมือนเดิม ใช้รอบเครื่องที่น้อยลง และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่าครับ

จากการขับขี่แบบนี้ในโหมดล็อคคันเร่งแทบจะตลอดเส้นทางพบกว่าจะอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่ 22-25 กิโลเมตร/ลิตร หนึ่งถังขี่กัน 200-250 กิโลได้เลย ซึ่งหากเป็นการใช้งานโดยทั่วๆไปคงจะทำได้ดีกว่านี้มากครับ เพราะทาง GPX เองก็ได้เครมไว้ว่า GPX Demon GR200R ทำได้ถึง 40 กิโลเมตร/ลิตร เลยทีเดียว แต่หากขับขี่ทดสอบกันแบบนี้ ซัดกันแบบนี้คงทำตัวเลขนั้นได้ยากครับ

จากการทดสอบมาร่วม 2,000 กิโลเมตรก็มีจุดที่ผมอยากแนะนำเพื่อนๆในบางจุดที่อาจจะขัดใจบ้างนะครับ มากันที่อันดับแรก เรือนไมล์ที่เป็นแบบสัมผัสอาจจะใช้งานยากไปสักนิดเพราะค่อนข้างแตกต่างจากรถในท้องตลาด ในการเปลี่ยนโหมด TOTAL , TRIP หากเปลี่ยนได้ในการกดแค่ครั้งเดียวน่าจะดีกว่านี้ครับ เพราะบางครั้งผู้ขับขี่อาจจะต้องการเปลี่ยนดูระหว่างการขับขี่จะได้เปลี่ยนได้ง่ายๆครับ

ขาตั้งที่ค่อนข้างชันเกินไป โดยเฉพาะเวลาขี่มาแล้วจอดและจะเอาขาตั้งลงขณะที่ยังคร่อมตัวรถอยู่มันจะค่อนข้างลำบาก และถ้าจอดรถไปแล้วแนะนำดึงรถขยับรถเพื่อให้รถเอียงมาอีกสักนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการล้มได้ครับ

กระจกมองข้างที่ไม่สามารถพับได้ พึงระวังไว้อย่างมากในเรื่องหากรถล้มกระจกมองข้างจะหักทันที ในจุดนี้หากของใครล้มแล้วหักแล้วแนะนำลองหากระจกมองข้างแบบพับได้มาใส่น่าจะปลอดภัยต่อการเสียเงินครั้งต่อไปได้ครับ

ด้วยถังน้ำมันที่ใหญ่ โหนก นูน ช่วยในการขับขี่ได้กระชับและสนุก แต่หากเวลาจะจูงรถโดยใช้แขนทั้งสองจับที่แฮนด์ต้องบอกว่าทำได้ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ครับ ต้องจับแค่มือเดียวและอีกมือมาจับที่ท้ายรถแทนครับ

จุดนี้เป็นข้อสังเกตุสำหรับขาโหดเน้นเดินทางด้วยรอบสูงสุด แช่คันเร่งยาวๆหลักร้อยสองร้อยกิโลหรือมากกว่านั้น หากเป็นไปได้ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในช่วงทุกๆ 2,000 กิโลเมตร เพื่อนๆจะรู้สึกได้เลยว่ารถมีกำลังเครื่องยนต์ที่ดี บิดติดมือได้ดีครับ สายโหดย้ำว่าอย่าขี้เหนียวครับ

ก็เรียกได้ว่าผมน่าจะพูดแทบทุกจุดที่ได้ทดสอบเจ้า GPX Demon GR200R คันนี้แล้วนะครับ ต้องบอกเลยว่าทำได้เกินคาดที่ผมคิดไว้มากครับ เรียกว่าเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่เพื่อนๆสามารถซื้อมาไว้ขี่เท่ในแนวสปอร์ต หรือ พาออกทริปเดินทางไกลได้อย่างสบายครับ โดยที่ GPX Demon GR200R นั้นได้ทำออกมาทั้งหมด 3 สีด้วยกัน คือ สีดำ (Black Space), สีแดง (Red Fire) และ สีเทา (Matte Grey) ที่ผมได้นำมาทดสอบในครั้งนี้ครับ โดยสนนราคาของ GPX Demon GR200R จะอยู่ที่ 79,800 บาท แถมรับประกันเครื่องยนต์ให้นานถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร หากใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ใกล้บ้านได้เลยครับ

สำหรับงานนี้ก็ต้องขอขอบคุณ GPX และทาง จีพีเอ๊กซ์เชียงใหม่แสงชัย ที่วางใจให้เอารถมาทดสอบแบบสุดจัดแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ

Model : GPX Demon GR200R
Riders : 9m@x & Wanderlust mind
Photo : 9m@x , Wanderlust mind , Chisa Panitimond

Comments

comments